นไปว่าเราสองคนเป็นคู่รักกัน ข้าเห็นนางไม่ได้คัดค้าน ก็เลยไม่ได้ออกมาอธิบายอะไร”
“แต่เราสองคนนั้นไร้เดียงสาอย่างแท้จริง” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวด้วยท่าทีจริงจัง “ต่อมา มีบางอย่างเกิดขึ้นกับครอบครัว เดิมทีนางต้องการขอความช่วยเหลือจากพี่จงเจิ้งผ่านข้า ทว่ากลับมีคนช่วงชิงตัดหน้า และเพื่อเป็นการตอบแทนตระกูลจี้ นางจึงยอมแต่งงาน”
“ในเวลานั้น ข้ายังเด็กและหยิ่งทะนง ถือดีในความสามารถของตัวเอง แม้ว่าข้าจะไม่สนใจเรื่องการเป็นแม่ทัพ หรือเป็นเสนาบดีใด ๆ แต่ข้าเองก็เป็นคนทะเยอะทะยานอวดดีคนหนึ่ง หลังจากจี้ซินเยว่แต่งงาน ก็จะมีคนมาหาข้าเป็นครั้งคราวเพื่อนินทาว่าร้ายระคนแสดงความเห็นใจ ข้าจึงถือโอกาสออกจากเมืองหลวงไปให้รู้แล้วรู้รอด จนกระทั่งได้รับข่าวในภายหลังว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับพี่จงเจิ้ง ข้าจึงรีบกลับมาแต่ก็ไม่ทันการณ์แล้ว ส่วนมู่ชวนกับหลิงซีนั้น นางกำนัลอาวุโสคนหนึ่งที่รับใช้ใกล้ชิดพระชายาเป็นผู้มอบให้ข้า”
“ในด้านหนึ่ง ข้าไม่ได้อยากจะก้าวเข้าสู่เมืองหลวงอีกครั้งเพื่อทำให้ทุกคนหวนนึกถึงเรื่องระหว่างข้าและจี้ซินเยว่ ในทางกลับกัน ในเวลานั้น ข้าไม่รู้ว่าใครบงการอยู่เบื้องหลังเรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่จงเจิ้ง จึงไม่กล้าอยู่ในเมืองหลวง ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจพาสองพี่น้องคู่นี้มุ่งหน้าไปตามเส้นทางภูเขาสู่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นในกลางดึกของคืนนั้น ซึ่งเป็นที่ที่พี่จงเจิ้งพัฒนามานานหลายปี จึงถือว่าค่อนข้างจะปลอดภัย”