ทำอะไรก็ตาม หญิงสาวล้วนอดสงสัยไม่ได้ว่าจะมีจุดประสงค์แอบแฝงอื่นใดหรือไม่
“ในเมื่อท่านนั้นถือตัวอวดดีเช่นนี้ในเมืองหลวง แล้วเหตุใดจึงต้องไปซ่อนตัวอยู่ในที่ห่างไกลอย่างหมู่บ้านไป๋อวิ๋นกัน?” หลี่เยว่หานพึมพำ “อีกทั้งเหตุใดท่านถึงมาทำงานอยู่ภายใต้องค์ชายสาม ข้าอยากถามคำถามพวกนี้มานานแล้ว ไม่ใช่ว่าข้าอ่อนไหว แต่ข้ารู้สึกสับสนจริง ๆ”
ได้ยินดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนพลันทอดถอนหายใจ แล้วเอ่ยอย่างใจเย็น “สัญญากับข้าก่อนว่าหลังจากที่ข้าบอกเหตุผลให้ฟังแล้ว เจ้าจะไม่โกรธเกินไป”
“ได้ หากท่านไม่ปิดบังซ่อนเร้น ข้าย่อมไม่โกรธอย่างแน่นอน” หลี่เยว่หานพยักหน้า
เมิ่งฉีฮ่วนปรับท่านั่งของเขาให้ตรงตระหง่าน ก่อนเอ่ยว่า “ในเวลานั้น ก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้นกับพี่จงเจิ้ง อันที่จริง ข้านั้นออกจากเมืองหลวงไปแล้ว อืม… ตอน… ตอนนั้นข้ามีสตรีนางหนึ่งในเมืองหลวงที่ถูกใจ นามว่าจี้ซินเยว่ ด้วยในเวลานั้นข้าเป็นที่รู้จักในฐานะบัณฑิตผู้มีความสามารถคนแรกในเมืองหลวง และนางเองก็เป็นสตรีที่ได้ชื่อว่ามีความสามารถยิ่ง เมื่อเวลาผันผ่านไปจึงมีใจให้กันขึ้นมาเล็ก ๆ”
เมิ่งฉีฮ่วนแทบจะรินสุราให้ตัวเองเสียแล้ว ด้วยเกรงว่าหลี่เยว่หานจะโกรธ หลังจากสังเกตหลี่เยว่หานอย่างละเอียดและเห็นว่าหญิงสาวค่อนข้างสงบจึงเอ่ยต่อ “เมื่อห้าหกปีที่แล้ว เราสองคนได้รู้จักกัน และเพราะชื่นชมในความปราดเปรื่องของกันและกัน จึงเริ่มไปมาหาสู่กันบ้าง ทุกคนจึงต่างทึกทักกั