ป๋อวิ๋น ข้าใช้น้ำพักน้ำแรงอย่างยิ่งในการดูแลพวกมัน ตอนนี้หมดสิ้นแล้ว ทุกอย่างล้วนถูกทิ้งร้างอยู่ที่นั่น!”
เมิ่งฉีฮ่วนได้ยินคำพูดของหลี่เยว่หานก็อดหัวเราะไม่ได้ “เด็กโง่ ไร่องุ่นในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นของเจ้า ข้าได้มอบให้หลิวโหย่วฉาย สามีภรรยาคู่นั้นไปแล้ว ต้นพืชในสวนหลังบ้านที่เจ้าปลูกข้าก็มอบไว้กับพี่สะใภ้หลิวรวมถึงวิธีการดูแลพวกมันด้วย ส่วนไร่องุ่นในหมู่บ้านจางหนิง ได้ยินเวินเทียนเหล่ยกล่าวบอกว่าเขากำลังหาคนเข้ามารับช่วงต่อ ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามีความสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวโจวที่อยู่ข้างบ้าน จึงวางแผนว่าจะให้พวกเขาเข้ามาดูแลไร่องุ่นให้ โดยจ่ายค่าตอบแทนให้พวกเขาทุกปีก็ได้แล้ว”
หลี่เยว่หานไม่รู้เรื่องเหล่านี้มาก่อน ดังนั้นเมื่อเมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยขึ้นมาเช่นนี้ หญิงสาวจึงไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก “จริงหรือ? ท่านไม่ได้โกหกข้าใช่หรือไม่? น้ำพักน้ำแรงของข้าล้วนยังอยู่ดีจริงหรือ?”
“ยังอยู่ดี ไม่ขาดหายไปแม้เพียงปลายก้อย” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าว พลางยกมือถอดผ้าคลุมหน้าของหลี่เยว่หานออก ในขณะที่ชายหนุ่มตั้งใจจะลิ้มรสชาติบนริมฝีปากแดงชาดของนาง ทันใดนั้นขากางเกงของเขาก็ถูกใครบางคนดึงไว้ เมื่อก้มศีรษะมองไป เมิ่งฉีฮ่วนก็พบว่าเป็นหลิงซีตัวน้อยที่กำลังดึงกางเกงของเขา พร้อมเงยหน้าจ้องมองมา
“ไม่ได้เจอเจ้ามาครึ่งปี หลิงซีโตขึ้นมากถึงเพียงนี้เชียว” แม้ว่าปากของเขาจะพูดว่าหลิงซี แต่ทว่ามือของเมิ่งฉีฮ่วนกลับไม่ยอมปล่อยจาก