ี่แท้จริงของมู่ชวนและหลิงซีได้ดีที่สุด ไม่เช่นนั้นแล้ว ในไม่ช้าก็เร็วก็จะเผยพิรุธออกมา”
“ข้ายอมรับว่าสิ่งที่คิดเห็นนั้นเป็นการเดิมพันอยู่บ้าง แต่ข้าก็ยังรู้สึกว่าทั้งเด็ก ๆ และข้าไม่อาจออกไปจากหมู่บ้านจางหนิงได้ในเวลานี้”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เวินเทียนเหล่ยก็เห็นสีหน้าแนวแน่ของหลี่เยว่หานอีกครั้ง เขาจึงไม่อาจดึงดันอะไรได้อีก “สาเหตุที่องค์รัชทายาทเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เช่นนี้คงเป็นเพราะพระองค์พยายามค้นหามาหลายปีแล้วทว่ากลับไม่มีผลลัพธ์ที่แน่ชัด อีกทั้งเบาะแสบางอย่างก็หายไป ประกอบกับได้รับแต่งตั้งให้ขึ้นเป็นองค์รัชทายาท ด้วยเหตุนี้จึงต้องการก่อการใหญ่”
“มีสิ่งหนึ่งที่ข้างุนงงมาโดยตลอด” หลี่เยว่หานมองไปเวินเทียนเหล่ยแล้วเอ่ยว่า “เหตุใดในตอนที่เมิ่งฉีฮ่วนพาเด็กทั้งสองคนไปยังหมู่บ้านไป๋อวิ๋นถึงไม่เปลี่ยนชื่อแซ่ของพวกเขา”
“เจ้าไม่รู้อะไร” เวินเทียนเหล่ยตอบ “ในเวลานั้นที่พี่เมิ่งพาเด็กทั้งสองคนไปยังเมืองหลิวชิงเพื่อตามหาข้า เขาได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว เขาได้จัดเตรียมเด็กที่มีชื่อแซ่และอายุเท่ากันกว่ายี่สิบคนให้กระจัดกระจายไปตามหมู่บ้านที่ยากจนห่างไกลหลายแห่งทั้งทางตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ คนไหนจริงคนไหนปลอม หากไม่ใช่คนในราชสำนักก็ยากนักที่จะแยกออก”
“และด้วยเรื่องการถูกโค่นล้มของอดีตรัชทายาทมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับฮ่องเต้พระองค์ปัจจุบัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พี่เมิ่ง