ให้ผู้คนเข้าใจผิดยังอยู่ดีหรือไม่?”
“ทุกคนยังมีชีวิตอยู่” เวินเทียนเหล่ยพยักหน้า “ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาแถลงต่อโลกภายนอกว่าเป็นลูกหลานของสกุลจงเจิ้ง หากมีอะไรเกิดขึ้น ฮ่องเต้ย่อมตำหนิกล่าวโทษองค์ชายสามไม่มากก็น้อย”
“ดังนั้นจึงไม่มีอะไรที่ไม่เหมาะสมในการที่ข้าจะอาศัยอยู่กับลูก ๆ ในหมู่บ้านจางหนิงในเวลานี้” หลี่เยว่หานกล่าวอย่างแน่วแน่
“ข้าควรเริ่มจากตรงไหนดี?” เวินเทียนเหล่ยขมวดคิ้ว
“ประการแรก เด็กทั้งสองคนนี้ที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นได้ตายจากไปแล้ว ส่วนจินเสวี่ยเอ๋อร์ ข้าคิดว่าพวกเจ้าคงจัดการเรื่องนี้ไปอย่างสะอาดหมดจดแล้ว ย่อมไม่มีข่าวแพร่กระจายไปแม้เพียงสักส่วน” หลี่เยว่หานกล่าว “ประการที่สอง ตอนนี้ทั้งสองคนใช้แซ่ฉี ภูมิลำเนาเดิมของพวกเขาสามารถตรวจย้อนกลับไปได้ และจากที่เจ้ากล่าวบอก องค์ชายสามทรงสรุปเบื้องต้นว่าขุนนางที่พาตัวทั้งสองไปจะต้องตั้งถิ่นฐานไม่ไกลเมืองหลวงเมื่อสามปีก่อน แต่พวกเราเพิ่งย้ายมาที่นี่เมื่อครึ่งปีก่อน อีกทั้งในตอนแรกที่มาถึงที่นี่ก็มีเพียงหลิงซีและข้าสองคนเท่านั้น”
“ประการสุดท้าย ด้วยฝ่าบาทเองมีความรู้สึกผิดอยู่ในพระทัย พระองค์ย่อมไม่ปล่อยให้องค์ชายสามตรวจสอบเรื่องนี้เพียงลำพังเป็นแน่น ไม่ว่าจะในที่แจ้งหรือที่มืด พระองค์ต้องพยายามสืบหาเองอยู่เช่นกัน ดังนั้นเจ้าจงกล่าวบอกเมิ่งฉีฮ่วนว่าสิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คืออยู่เฉย ๆ ไม่เช่นนั้นการดึงผมเส้นเดียวจะสะท้านไปทั้งร่าง*[1