]”
หลังจากฟังถ้อยคำของหลี่เยว่หานแล้ว เวินเทียนเหล่ยก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ข้าฟังมาครึ่งวัน ในที่สุดก็เข้าใจแล้ว เจ้านับรวมข้าไปในเรื่องนี้ด้วย”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเวินเทียนเหล่ย หลี่เยว่หานจึงยกยิ้ม “แน่นอน หากไม่มีนายทานเวินพ่อค้าใหญ่ที่มีสายสัมพันธ์กับราชสำนักมารับประกันให้ แม่ม่ายที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัวเช่นข้าคงมีช่วงเวลาที่ยากลำบากเป็นแน่ อีกทั้งนายท่านเวินเองก็มาจากทางใต้ ย่อมขจัดความสงสัยไปได้โดยธรรมชาติ”
“เหตุใดเมื่อก่อนข้าถึงไม่เห็นนะว่าเจ้าเป็นคนเจ้าแผนการเช่นนี้!” เวินเทียนเหล่ยรู้สึกหดหู่ใจไม่น้อย
“เมื่อก่อนข้าไม่เคยคิดร้ายกับเจ้าอย่างไรล่ะ” หลี่เยว่หานยอมรับอย่างเปิดเผย “นอกเหนือจากการกรรโชกเงินจากเจ้านิด ๆ หน่อย ๆ เพียงเพราะข้ามีของหลายสิ่งที่ไม่มีใครรู้วิธีการทำ และสิ่งเหล่านั้นไม่มีอยู่ในแคว้นตงฮั่นแล้ว ข้าก็ไม่เคยคิดร้ายกับเจ้าเลยสักครั้ง”
หลี่เยว่หานไม่เอื้อนเอ่ยก็ยังพอว่า แต่เมื่อเอ่ยออกมา ทำเอาเวินเทียนเหล่ยยิ่งรู้สึกหดหู่ “แตงโมพันธุ์เหม่ยเหรินที่เจ้าบอกข้าเมื่อวาน ข้าเล่าให้ครอบครัวฟังแล้ว ท่านพ่อบอกว่าการส่งแตงโมชุดแรกที่สุกเหมาะแก่การกินเข้าไปในพระราชวังนั้นนับว่าเป็นความคิดที่ดี”
“อืม” หลี่เยว่หานพยักหน้า “จำเอาไว้ว่าเมื่อเอ่ยถึงข้า เพียงบอกไปว่าเป็นแตงโมที่หญิงม่ายผู้หนึ่งปลูก มีชื่อเรียกว่าแตงโมพันธุ์เหม่ยเหริน”
“จะต้องพูดถึงเจ้าทำไมกัน” เวินเทียนเหล่ยง