ุนงง “หรือเจ้ากลัวว่าข้าจะกลืนเงินของเจ้าไปงั้นรึ?”
หลี่เยว่หานสั่นศีรษะ “ไม่ช้าก็เร็วข้าก็ต้องไปยังเมืองหลวง การจะซ่อนตัวอยู่ที่หมู่บ้านจางหนิงพร้อมเด็ก ๆ ไปตลอดนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งในเวลานี้องค์ชายสามได้เริ่มติดตามเรื่องนี้อย่างเปิดเผย แม้เขาจะหาข้าไม่พบไปสักพัก ทว่าก็ยากที่จะรับประกันว่าเขาจะหาข้าไม่พบตลอดไป”
“ข้าถึงบอกให้เจ้าไปเมืองหลวงเสียตั้งแต่ตอนนี้อย่างไรเล่า มีพี่เมิ่งคอยจัดการทุกอย่างให้ ภูษาฟ้าย่อมไร้ตะเข็บ!” เวินเทียนเหล่ยหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่ ความหมายของข้าคือในเมื่อข้าไม่สามารถซ่อนตัวได้ ข้าก็จะลุกขึ้นเผชิญหน้ากับเรื่องนี้อย่างไม่หลบซ่อน” หลี่เยว่หานยกยิ้มอย่างมีเลศนัย “หากฝ่าบาททรงทราบว่าแตงโมพันธุ์เหม่ยเหรินแสนหวานนี้ข้าซึ่งเป็นหญิงม่ายที่มีชีวิตอันลำบากยากเข็ญเป็นคนปลูก ไม่ว่าจะอย่างไรก็ย่อมมีโอกาสเรียกข้าให้เข้าเฝ้าหน้าพระที่นั่งใช่หรือไม่?”
เวินเทียนเหล่ยตกตะลึงกับคำพูดของหลี่เยว่หาน “เจ้าหมายถึงต้องการยืมพระบัญชาจากฝ่าบาทงั้นหรือ?”
“ถูกต้อง” หลี่เยว่หานพยักหน้า “มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่พวกเราจะสามารถไปยังเมืองหลวงได้โดยชอบด้วยเหตุผล ใช้ชีวิตได้อย่างเปิดเผย ไม่ต้องหลบซ่อนโดยไม่ต้องถูกใครสอบสวน เมื่อไม่ระวังตีม้าพลาด พลิกเรือคว่ำก็ย่อมไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ตรงไหน”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เวินเทียนเหล่ยก็ยกนิ้วให้ “ขอยอมรับเลยว่าเจ้ากับเหล่าเมิ่งต