วเหตุใดเจ้ายังเสนอหน้าวิ่งไปทั่วแบบนี้!”
สมาชิกครอบครัวผู้จัดการจางเห็นว่าเหยียนจื่อเซียงนิ่งเงียบ พวกนางจึงไม่คิดเข้าไปแทรกแซง อย่างไรก็ตามยามนี้จ้าวซินเอ๋อร์หยิ่งผยองมากเกินไป และฮูหยินจางอาจพิจารณาว่าหัวหน้าครอบครัวของนางยังคงทำงานในร้านขายผ้าเหยียน
ทันใดนั้น ฮูหยินจางก้าวออกไปด้านหน้าและเดินผ่านประตูลานบ้านตระกูลจ้าวโดยตรง นางง้างมือตบใบหน้าจ้าวซินเอ๋อร์อย่างแรง และเนื่องจากฮูหยินจางสวมแหวนอยู่บนนิ้วมือ ส่งผลให้ใบหน้าของจ้าวซินเอ๋อร์ไม่ได้มีเพียงรอยแดงของนิ้วทั้งห้า แต่ยังมีคราบเลือดพร้อมบาดแผลเป็นทางยาว ทำให้ใบหน้าที่ครั้งหนึ่งเคยงดงามไร้ที่ติเกิดรอยด่าง
“คุณหนูใหญ่ของเราหาใช่สิ่งที่สาวชาวบ้านบนภูเขาเยี่ยงเจ้าจะมาพูดถากถางเช่นนี้ได้!” ฮูหยินจางพูดอย่างเย็นชา “เดิมทีมันเป็นความคิดของตระกูลจางที่มาพบเจ้าในวันนี้ ไหนเลยจะคาดคิดว่าตระกูลจ้าวนั้นแสนต่ำทราม บุตรสาวตัวน้อยพูดจาสามหาวไร้ยางอาย นางเฉา วันนี้ข้าเพียงตบสั่งสอนแทนเจ้า ท้ายที่สุดนี่คือบุตรสาวของเจ้าเอง ไม่จำเป็นต้องให้ถึงมือคุณหนูใหญ่ ข้าพูดได้เลยว่า นับจากนี้จะไม่มีชายใดกล้ามาสู่ขอนางที่นี่อีก!”
จ้าวซินเอ๋อร์ตะลึงงันและกลายเป็นใบ้ชั่วขณะ นางรู้สึกถึงเพียงความเจ็บแสบบนใบหน้าที่ไม่ยังไม่จางหาย
ในอดีตนางมีความทะนงตัว ทุกคนในหมู่บ้านจางหนิงต่างก็ตามใจนางทุกสิ่ง ท้ายที่สุดนางเป็นสตรีรูปลักษณ์งดงาม แม้แต่พี่ชายสองคนยังหวงแหนนาง