าทักทายกับว่าที่น้องหญิงของเราเสียหน่อย”
นางเฉาเดือดดาลหนัก ไหนเลยจะรู้ว่าภรรยาและอนุภรรยาของผู้จัดการจางจะถ่อมาหาถึงที่บ้านโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าเยี่ยงนี้? “เมื่อวานข้าได้อธิบายเรื่องราวให้กระจ่างชัดแล้ว! ข้าแค่ปากพล่อยไปขณะที่กระวนกระวายใจ แล้วจะถือถ้อยคำเหล่านั้นเป็นจริงเป็นจังได้อย่างไร!”
“น้องหญิงทั้งสองระวังคำพูดด้วย” ในที่สุดนายหญิงแห่งตระกูลจางก็เอ่ยปากกล่าวคำ เสียงของนางไพเราะและแฝงไปด้วยพลังอำนาจ “เมื่อวานนางเฉาตั้งใจเป็นแม่สื่อจัดงานแต่งงานให้กับคุณชายใหญ่ของเรา อย่างไรก็ตามประเพณีตั้งแต่บรรพบุรุษห้ามไม่ให้มีอนุภรรยาเพิ่มหรือภรรยานอก ในครานั้นนางเฉาอาจเกิดความอับอายและใช้ครอบครัวเราเป็นโล่กำบัง”
เมื่อได้ยินคำอธิบายนี้ นางเฉาพยักหน้ารับเห็นด้วยในทันที “ใช่! มันเป็นเช่นนั้น! ลูกสาวข้างดงามดั่งนางฟ้านางสวรรค์! แม้แต่คุณชายใหญ่ของพวกเจ้าก็ไม่อาจคู่ควรกับนางด้วยซ้ำ ผู้จัดการจางเองก็อายุอานามเกือบ 40 ปีแล้ว แก่เฒ่าถึงขนาดนั้น แล้วจะคู่ควรกับลูกสาวของข้าได้อย่างไร!”
ทันทีที่บทสนทนาเปลี่ยนไป นางเฉาก็เริ่มเกลี้ยกล่อมผู้จัดการจางซึ่งไม่ได้อยู่ที่นี่
“นี่ เจ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร พี่ใหญ่ของข้าน่ะหรือที่ไม่คู่ควรกับลูกสาวเจ้า?” เหยียนจื่อเซียงโพล่งคำออกมาอย่างไม่พอใจ “เหตุใดเล่าเจ้าถึงไม่ฉี่ใส่อ่าง แล้วให้ลูกสาวส่องดูเงาของตัวเอง ลูกสาวของเจ้านั้นคู่ควรกับพี่ใหญ่แล้วหรือ? เจ้