กเข้ามาเพื่อรังแกผู้อื่นเช่นนี้?”
หลังได้รับฟังถ้อยคำดังกล่าว เหยียนจื่อเซียงมองจ้าวซินเอ๋อร์ด้วยสีหน้าตกตะลึง “ข้าไม่ได้เหยียบเข้าไปในลานบ้านของเจ้าด้วยซ้ำ แล้วเหตุใดถึงได้กล่าวหาว่าข้าเป็นคนรังแก? นอกจากนี้ แม่ของเจ้ายังปากพล่อยกล่าวหาพี่ใหญ่ของข้าต่อหน้าธารกำนัล ข้าเพียงแค่ถามด้วยความอยากรู้ว่าเหตุใดเขาจึงไม่คู่ควร แบบนี้ถือเป็นการกลั่นแกล้งงั้นหรือ?”
“…” จ้าวซินเอ๋อร์พูดสิ่งใดไม่ออก ท้ายที่สุดคำพูดของเหยียนจื่อเซียงนั้นสมเหตุสมผล เป็นนางเองต่างหากที่กล่าวคำไม่สมเหตุสมผล! เมื่อเป็นเช่นนี้ จ้าวซินเอ๋อร์พลันกล่าวสีหน้าจริงจัง “แต่เจ้าก็ไม่ควรพูดจาสามหาวกับแม่ของข้า! นางเป็นผู้อาวุโสกว่า!”
“ฮึ่ม” เหยียนจื่อเซียงไม่จำเป็นต้องพูดสิ่งใด ฝูงชนที่อยู่โดยรอบก็โพล่งคำขึ้นมาทันที “นางเฉาหาใช่ผู้อาวุโสไม่ คุณหนูเหยียนเพียงถามเพื่อความกระจ่างไม่กี่คำ แต่นางกลับโวยวายใหญ่โตไปเอง”
หลังจากได้ยินเสียงผู้คนจากด้านหลัง เหยียนจื่อเซียงพยักหน้าให้จ้าวซินเอ๋อร์สีหน้าจริงจัง “มันเป็นเช่นนั้น แม่ของเจ้าไม่นับว่าเป็นผู้อาวุโส วันนี้ข้าได้พบเจอเจ้าแล้ว จุ๊ ๆ ๆ กล้าดีอย่างไรถึงได้ป่าวประกาศอย่างโจ่งแจ้งว่าพี่ใหญ่ของข้าไม่คู่ควรกับเจ้า?”
“เจ้าเทียบเทียมไม่ได้แม้แต่ฝ่าเท้าของพี่สะใภ้ข้าด้วยซ้ำ!”