ยงแต่รสชาตินั้นจืดชืดไปเสียหน่อย”
“ไม่หวานหรือ?” หลี่เยว่หานถามอีกครั้ง
“หวานนิดหน่อย ไม่ได้หวานมากขอรับ” มู่ชวนรำลึกถึงความทรงจำอย่างละเอียดรอบคอบแล้วเอ่ยตอบหลี่เยว่หาน
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานจึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ถ้าอย่างนั้นแตงโมของพวกเรานี้คงขายดีได้เงินเป็นกอบเป็นกำ!”
“ท่านอา ข้าเห็นว่าแตงของเรามีขนาดเล็ก ทั้งยังมีรูปทรงน่าเกลียด ไม่กลมสวย น่าจะไม่ควรนำไปขายนะขอรับ” ในยามนี้ไม่มีใครอยู่แถวนี้ มู่ชวนจึงเรียกขานหลี่เยว่หานอย่างไม่ระวังนัก
“แตงโมของเราแตกต่างจากแตงโมทั่ว ๆ ไป ด้วยเป็นสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์มา เรียกว่าแตงโมพันธุ์เหม่ยเหริน ไม่ต้องพูดถึงเปลือกที่บางของมัน เมื่อสุกพอกินแล้วเปลือกนั้นจะน้อยมาก ทั้งยังหวานมากอีกด้วย!” หลี่เยว่หานเอ่ยพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ โดยไม่คาดคิดว่านางจะเห็นแตงโมพันธุ์เหม่ยเหรินที่สุกและแก่พอกินแล้วจริง ๆ หญิงสาวรีบไปหยิบแตงโมมาอย่างไม่ลังเล
ไม่รอให้มู่ชวนได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด หลี่เยว่หานก็หยิบแตงโมขึ้นมาก่อนจะกระแทกมันลงบนพื้นสองสามครั้ง เมื่อแตงโมพันธุ์เหม่ยเหรินแตกออกจากกัน หลี่เยว่หานก็ยื่นมันให้มู่ชวน แล้วกล่าวว่า “เจ้าลองชิมดู”
มู่ชวนยังคงจมอยู่กับเรื่องที่ว่าแตงโมที่พวกเขาปลูกนั้นเป็นแตงโมกลายพันธุ์ แตกต่างจากแตงโมธรรมดาทั่วไป และในขณะที่เขากำลังคำนวณอยู่ในใจว่าจะทำเงินได้มากเพียงไร หลี่เยว่หานก็ไปหยิบแตงโมมาอย่างรวดเร็ว จากนั