้นจึงทุบมันให้แตก แล้วยื่นมาให้เขา ทำให้เด็กชายสับสนงุนงงอยู่ชั่วครู่
“รับไปเร็ว!” หลี่เยว่หานเอ่ยพร้อมยิ้มกว้าง “ลองชิมดูสิว่ามันหวานกว่าแตงโมทั้งหมดที่เจ้าเคยกินมาหรือเปล่า”
เมื่อได้ยินถ้อยคำของหลี่เยว่หาน มู่ชวนก้มศีรษะมองไป และก็เป็นดั่งที่หลี่เยว่หานกล่าวบอก เปลือกแตงโมนั้นบางมากและเนื้อที่อยู่ตรงกลางก็เป็นสีแดงฉ่ำน่ารับประทาน ซึ่งมาพร้อมด้วยกลิ่นหอมหวานที่ลอยฟุ้งตรงเข้าจมูก
มู่ชวนหักออกมาส่วนหนึ่งแล้วนำเข้าปาก ก่อนที่ดวงตาของเด็กชายจะเบิกกว้างขึ้นโดยพลัน “โอ้! หวานมาก! หวานยิ่งกว่าน้ำตาลเสียอีก!”
“ถูกต้องแล้ว!” หลี่เยว่หานลูบหัวของมู่ชวนอย่างมีความสุข แล้วจึงลุกขึ้นยืนพร้อมหยิบแตงโมอีกครึ่งหนึ่งไปให้หลิงซีที่กำลังเล่นกับต้าไป๋ เด็กหญิงตัวน้อยไม่อาจหยุดกินได้หลังจากได้ลองลิ้มรส
เพียงแต่ว่าไม่ได้ตัดแบ่งมันให้ดีนัก หลี่เยว่หานจึงทำได้เพียงเทน้ำจากกระบอกน้ำของมู่ชวนเพื่อล้างช้อนที่มู่ชวนเพิ่งใช้กินข้าวมาให้เด็กหญิงตัวน้อยใช้ตักแตงโม
ส่วนของมู่ชวนนั้นไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ หลังจากที่เขาเดินตามหลังหลี่เยว่หานกลับมายังใต้ร่มไม้ เขาก็หักแบ่งแตงโมในมือออกเป็นสองซีกอีกครั้ง แล้วยื่นมาให้หลี่เยว่หานหนึ่งซีก
หลี่เยว่หานเองไม่ปฏิเสธ นั่งกินแตงโมกับเด็ก ๆ ทั้งสองคนอย่างเอร็ดอร่อย
ดวงตากลมของเจ้าหมาป่าต้าไป๋จ้องมองมาจากอีกฝั่งหนึ่ง มู่ชวนจึงหักแตงโมแบ่งให้มันเล็กน้อย สวรรค์! ต้าไป๋ถึงกับก