ินเปลือกแตงโมไปด้วย พร้อมกับกระดิกหางอย่างมีความสุข
กล่าวกันว่าปกติแล้วหมาป่าไม่กระดิกหาง ในช่วงระยะนี้ ต้าไป๋ติดตามมู่ชวนไปจึงได้รู้จักกับสุนัขหลายตัวในหมู่บ้าน และแม้ว่าหางของมันจะไม่สามารถตั้งตระหง่านขึ้นมาได้ ทว่าเจ้าหมาป่าก็ยังคงกระดิกหางอย่างร่าเริง
เนื่องจากหลี่เยว่หานรู้ว่าเมล็ดพืชที่เวินเทียนเหล่ยทิ้งไว้ให้นั้นคือแตงโมพันธุ์เหม่ยเหริน รวมถึงได้รู้จากมู่ชวนว่าแตงโมเป็นของหายากในยุคนี้ หลี่เยว่ไหนเลยจะกล้าชักช้า หลังจากที่เด็ก ๆ กินแตงโมหมดและล้างมือเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็ตักน้ำพุจิตวิญญาณออกมาจากพื้นที่หลิงฉวนหนึ่งชาม แล้วนำไปรดให้ต้นกล้าแตงโมเหล่านั้นทีละน้อย
โดยไม่ต้องกังวลว่าการรดน้ำในตอนเที่ยงจะทำให้ต้นกล้าแตงโมเสียหาย เพราะนี่คือน้ำพุจิตวิญญาณ
เมื่อนึกถึงจุดนี้ หลี่เยว่หานพลันหวนนึกขึ้นได้ว่าในตอนแรกที่นางลงเมล็ดพันธุ์ เหมือนว่านางจะใช้น้ำเปล่าซึ่งผสมด้วยน้ำพุจิตวิญญาณเจือจางที่ใช้ในการรดเถาองุ่นมารดเมล็ดแตงโมเหล่านี้
หรือว่าเมล็ดที่เวินเทียนเหล่ยนำมาให้นั้นเป็นเพียงเมล็ดแตงโมธรรมดา ไม่ใช่เมล็ดแตงโมพันธุ์เหม่ยเหริน?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานก็คิดบางอย่างขึ้นมาโดยพลัน
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่เยว่หานมาที่ไร่องุ่นและพบว่ามีแตงโมพันธุ์เหม่ยเหรินอีกลูกที่สุกในชั่วข้ามคืน นางจึงเก็บมันกลับบ้าน
เมื่อวานนี้ก่อนที่เหยียนจื่อเซียงจะออกเดินทางกลับไปยังอำเภอหวาซี หลี่เยว่หานขอให้น