เหตุให้มีคนถือชามข้าวมารอฟังเรื่องเล่าของพวกจ้าวโหย่วเฉียน แต่ทุกคนล้วนเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ เมื่อสะใภ้โจวได้ยินว่าจ้าวโหย่วเฉียนเอ่ยชื่อหลี่เยว่หานออกมาโดยตรง นางจึงอดรนทนไม่ไหวต้องออกมาเย้ยเยาะเหน็บแนม
“เจ้ารู้เรื่องอีกแล้วหรือ?” จ้าวโหย่วเฉียนไม่สบอารมณ์ “ดูเจ้าสิ วัน ๆ เอาแต่คลุกคลีอยู่กับแม่ม่ายหานเยว่ หรือว่าเจ้าเองก็มีความสัมพันธ์กับท่านกวน?”
เมื่อได้ยินวาจาเช่นนี้ อารมณ์โกรธเกรี้ยวของสะใภ้โจวก็ปะทุขึ้นมาทันควัน ชามในมือของนางกระแทกเข้าที่หัวของจ้าวโหย่วเฉียนด้วยความแม่นยำ ทำให้อาหารที่เหลือในชามอยู่บนหัวของเขา ก่อนที่สะใภ้โจวจะเท้าเอวก่นด่าต่อทันที “จ้าวโหย่วเฉียน ระวังปากของเจ้าไว้เสียบ้าง! ตลอดทั้งวัน เจ้าไม่ทำอะไรเลยนอกจากนั่งยอง ๆ อยู่หน้าประตูบ้านน้องหานเยว่ คนที่รู้ก็จะรู้ว่าตระกูลจ้าวของเจ้านั้นเกี่ยวพันกับน้องหานเยว่ ส่วนคนที่ไม่รู้ก็คงคิดว่าเจ้ามาคำนับยายทวดของเจ้า! เอาแต่จุดธูปไหว้พระกับน้องชายของเจ้าทั้งวี่วัน พระยังไม่ขยันเท่าพวกเจ้าเสียด้วยซ้ำ!”
[1] ตัวตรงย่อมไม่หวั่นเงาเฉเฉียง หมายถึง ไม่ได้กระทำเรื่องผิดมโนธรรมย่อมไม่กลัวผีสางเคาะประตู