ยเช่นนี้ก็นับว่าสมเหตุสมผล
เมื่อคิดถึงจุดนี้ หลี่เยว่หานก็รู้สึกร้าวรานใจ จึงเอื้อมมือไปลูบหัวของมู่ชวนแล้วเอ่ยว่า “ความกังวลของเจ้าไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล แต่ในเมื่อท่านอาเมิ่งของเจ้ากล่าวบอกเช่นนี้ เมื่อถึงเวลานั้น เขาย่อมต้องเตรียมการไว้อย่างดีแน่นอน ถึงอย่างไร ตอนนี้ยังเป็นเพียงช่วงต้นฤดูร้อนเท่านั้น เรายังมีเวลาอีกนานในการอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านจางหนิง เรื่องพวกนี้เราจะพับเก็บไว้ก่อนชั่วคราว”
หลังเอ่ยจบ หลี่เยว่หานก็มองไปยังหลิงซีซึ่งอยู่ข้าง ๆ แล้วกล่าวว่า “ในช่วงที่แม่ไม่อยู่ มีใครนำเรื่องวุ่นวายมาให้หรือไม่?”
“มีเจ้าค่ะ” ใบหน้าเล็กของหลิงซีฉายถึงความขุ่นเคืองออกมา “หลังจากที่ท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้านไม่อนุญาตให้จ้าวซินเอ๋อร์ออกไปข้างนอก ทั้งพี่ใหญ่และพี่รองของจ้าวซินเอ๋อร์ก็มาที่บ้านของเราทุกวันราวกับการนับขานชื่อขุนนางอย่างไรอย่างนั้น ในตอนแรก พวกเขามาเคาะประตูแล้วบอกว่าอยากดูว่าท่านแม่เป็นอย่างไรบ้าง ต่อมา เมื่อเห็นว่าเราไม่ได้เปิดประตูก็เลยเริ่มเล่านิทานที่หน้าประตู!”
“โอ้? เล่าเรื่องอะไรบ้าง?” หลี่เยว่หานอดไม่ได้ที่จะสงสัย ต้นฤดูร้อนก็เป็นฤดูทำนาที่ยุ่งวุ่นวาย ตระกูลจ้าวของพวกเขาว่างถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
“ท่านแม่ สิ่งที่พวกเขาพูดล้วนเป็นเรื่องราวของหญิงม่ายในชนบทที่มักทำตัวสอพลอไม่เหมาะสม” สีหน้าของมู่ชวนเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ทุกครั้งที่พวกเขาจะมาในช่วงเวลากินข้าว ราวกับว่าต้