้วเอ่ยกระซิบเบา ๆ ว่า ‘ผู้ชายสารเลว’ เมื่อหันไปก็โดนจับแล้ว ไม่ทันได้มีเวลาสร้างสถานการณ์อะไรเสียด้วยซ้ำ”
“นี่น่ะถูกแล้ว!” สีหน้าเวินเทียนเหล่ยดูเจ็บใจที่ไม่อาจหลอมเหล็กให้กลายเป็นเหล็กกล้าได้ “ให้ทุกคนรู้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนก็เป็นคนสารเลวคนหนึ่ง!”
“อะไรนะ?” ใบหน้าของหลี่เยว่หานสับสนงุนงง “ทำไมต้องบอกให้ทุกคนรู้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนเป็นคนสารเลวกัน? เขาไม่ใช่คนเช่นนั้น เขาอธิบายให้ข้าฟังในภายหลังว่าเขาส่งเกี้ยวไปรับเจ้าสาวแทนจอหงวนผู้นั้น เป็นข้าเองที่เข้าใจเขาผิดไป”
“เจ้าฟังคำพูดเหลวไหลของเขางั้นรึ!” เวินเทียนเหล่ยรู้สึกตื่นเต้นมากจนตบโต๊ะ “เจ้ารู้ไหมว่าองค์หญิงหล่านเยว่แอบมีใจให้เมิ่งฉีฮ่วนตั้งแต่คราแรกที่นางได้พบเขา!”
“ข้ารู้” เมิ่งฉีฮ่วนบอกหลี่เยว่หานว่าถึงเรื่องที่ทั้งสองรู้จักกันที่ละเรื่อง ๆ ตั้งแต่แรกเพื่อป้องกันไม่ให้นางเข้าใจผิด
เวินเทียนเหล่ย “…”
“แล้วเขาจะเป็นผู้ชายสารเลวได้อย่างไร? เขาไม่ได้หยอกเย้ากับองค์หญิงหล่านเยว่ และเขาพูดตรง ๆ อีกทั้งในวันที่ข้าโดนจับ เขาก็เปิดเผยออกไปตามตรงว่าข้าคือฮูหยินของเขา สิ่งที่เขาทำล้วนถูกต้อง” ใบหน้าของหลี่เยว่หานเต็มไปด้วยงุนงง
เวินเทียนเหล่ยไม่รู้ ใจของเวินเทียนเหล่ยว้าวุ่นอย่างยิ่ง เวินเทียนเหล่ยอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว อย่าถามเวินเทียนเหล่ยว่าจิ้งจิ้งคือใคร*[1]…
เมื่อเห็นสีหน้าที่แปลกไปของเวินเทียนเหล่ย หลี่เยว่หานก็เอ่ยกลั้วหัวเราะด้วยความขี