เจ้าก็น่าจะเห็นแล้วตอนที่อยู่เมืองหลิวชิง ข้ามีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับเมิ่งฉีฮ่วน!”
“ย่อมได้” หลี่เยว่หานพยักหน้า หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก็กล่าวว่า “ข้าวางแผนจะไปที่เมืองหลวง เพื่อก่อตั้งหน่วยข่าวกรองของตัวเอง”
“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ!” เวินเทียนเหล่ยรู้สึกว่าหลี่เยว่หานคิดเรื่องบ้าระห่ำ “ไม่ต้องพูดถึงความซับซ้อนของกองกำลังในเมืองหลวง เป็นดั่งห้วงน้ำลึกยากจะหยั่งถึง จนแม้แต่ข้าที่เป็นนายน้องของชาวเมืองหลวง ก็ยังไม่เข้าใจดี แต่เจ้ากลับต้องการก่อตั้งหน่วยข่าวกรองของเจ้าเองที่นั่นงั้นหรือ?”
“ข้ารู้ว่าท่านจะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่แรก แต่ข้าต้องลอง” หลี่เยว่หานพูดตามความจริง “ทั่วแคว้นนี้ สถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านมากที่สุดคือหอนางโลม ข้าอยากจะสร้างหอนางโลมพิเศษ เพื่อดึงดูดคนทุกประเภท ตั้งแต่ขุนนางระดับสูงไปจนถึงชาวบ้าน แล้วจะฝึกหญิงสาว ให้ล้วงข้อมูลอันมีค่าออกจากปากของพวกเขา!”
เวินเทียนเหล่ยโบกมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ความคิดของเจ้าดี แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบรรลุผลสำเร็จ แค่บอกว่าเจ้าต้องการสร้างหอนางโลม เมื่อข่าวแพร่ออกไป กองกำลังจำนวนนับไม่ถ้วนจะมุ่งเป้ามาที่เจ้า เมื่อถึงตอนนั้น แม้ว่าเจ้าจะยังไม่ได้สร้างหอนางโลมเลย ชีวิตก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว”
แม้ว่าหลี่เยว่หานจะรู้อยู่แล้ว ว่าเรื่องนี้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำ แต่นางก็ยังท้อแท้กว่าเดิม เมื่อได้ยินเวินเทียนเหล่ยสรุปอย่างเด็ดขาด “