าวเท้าออกมานอกประตูบ้าน ทว่าวันนี้หลี่เยว่หานเข้าไปหลังจากที่พวกเขาเพิ่งรับประทานอาหารเสร็จได้ไม่นาน เธอช่างโชคร้ายจริง ๆ
พี่สะใภ้อวี๋กำลังงุนงงกับตะกร้าในมือ ทว่าหลี่เยว่หานได้จากไปแล้ว
หญิงชราเลิกผ้าที่คลุมออกแล้วส่งเสียง ‘เฮอะ’ “หญิงม่ายนางนี้ร่ำรวยนักนะ ถึงกับกล้านำเนื้อวัวมาแจกจ่ายคนอื่น เนื้อในนี้อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะสองสามจินได้”
“แม่ หยุดกล่าวอะไรเหลวไหลเถิด วันนี้ข้าไปสั่งลูกหมูที่โรงฆ่าสัตว์แล้วบังเอิญไปเจอนางเข้า นางซื้อกระดูกชิ้นใหญ่มา ข้าดูจากจำนวนแล้วนางคงจะขูดเอาเนื้อออกมาจากกระดูดทั้งหมด จากนั้นถึงเอามาให้ครอบครัวของเรา” หลังจากกล่าวจบ พี่สะใภ้อวี๋ก็ดึงผ้าคลุมออก “ของพวกนี้มีค่ามาก ข้าจะต้องเอาไปคืน”
“เดี๋ยวก่อน” หญิงชราหยุดพี่สะใภ้อวี๋ “ในเมื่อนางมาแจกของ แล้วจากไปโดยไม่กล่าวอะไรสักคำ ต่อให้เจ้านำมันไปคืนนางก็จะไม่ยอมรับไว้แน่ เกิดคนในหมู่บ้านมาเห็นเข้า จะไม่รู้ว่าหญิงม่ายผู้นี้มีเงินซื้อเนื้อวัวเอาหรือ?”
“เนื้อวัวมีราคาแพงกว่าเนื้อหมูถึงสิบเท่า เจ้าว่าหากคนอื่นรู้เข้าจะคิดอย่างไรกับนาง?” หญิงชรากล่าวและมองลูกสะใภ้อย่างเหยียดหยาม “โดยปกติแล้วเจ้าเป็นคนเฉลียวฉลาด แต่พอเกิดเรื่องมาความฉลาดหามีไม่”
“ท่านแม่พูดถูก” พี่สะใภ้อวี๋หัวเราะ “ท่านแม่ ข้าเห็นท่านเอาใจใส่น้องหานเยว่ดี เหตุใดจึงทำตัวเมินเฉยต่อนางนัก?”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น หญิงชราก็เหลือบมองพี่สะใภ้อวี๋ “ตอนที่เจ้