ลี่เยว่หานขมวดคิ้ว “มีข่าวอันใดเกี่ยวกับเมิ่งฉีฮ่วนหรือ?”
เวินเทียนเหล่ยตบปากตนเอง “ข้าพูดพล่ามมากเกินไปแล้ว ได้โปรดอย่าเข้าใจข้าผิดไป ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”
เมื่อคราวก่อนหน้านี้ เวินเทียนเหล่ยเพียงแค่ต้องการดื้อดึงไม่ยอมจากไป แต่บัดนี้กลับลุกขึ้นยืน โค้งคำนับให้หลี่เยว่หานและกล่าวว่า “คือว่า ตอนนี้ดึกมากแล้ว หากใครมาเห็นเข้าว่าข้าอยู่ที่นี่เกรงว่าจะนำชื่อเสียงที่ไม่ดีมาสู่ท่าน ข้าขอตัวไปก่อน”
“หยุด!” หลี่เยว่หานร้องตะโกน “พูดให้ชัดก่อนจากไป!”
“ท่านพี่สะใภ้ ข้ากล่าวทุกอย่างชัดเจนหมดแล้ว ข้ามาหาท่าน ข้ามาหาท่านเพราะต้องการถานไคว่…” เวินเทียนเหล่ยอยากจะร้องไห้ วันนี้เขาได้เรียนรู้ถึงหายนะทางปากแล้ว
“ข้าถามเจ้าว่าเมิ่งฉีฮ่วนอยู่ที่ไหน!” หลี่เยว่หานมองดูใบหน้าดื้อรั้นเกินกว่าจะกล่าวอะไรออกมาของเวินเทียนเหล่ย แล้วจึงถามขึ้นอีกครั้ง “ขอแค่เจ้าบอกข้ามาว่าตอนนี้เมิ่งฉีฮ่วนอยู่ที่ไหน ข้าจะมอบสูตรอาหารที่สามารถทำกำไรได้มากกว่าถานไคว่ให้เจ้าโดยที่ข้าจะไม่เรียกร้องส่วนแบ่งอะไรจากเจ้า”
ดวงตาของเวินเทียนเหล่ยเป็นประกายเมื่อได้ยินเช่นนั้น “สูตรอะไรหรือ?”
“ก็ขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลที่เจ้าให้ข้ามานั้นมันคุ้นค่ากับสูตรที่ข้าจะให้เจ้าหรือไม่” หลี่เยว่หานเหลือบมองเวินเทียนเหล่ย เธอสามารถมองเห็นใบหน้าที่กำลังคิดคำนวณของเขาได้อย่างชัดเจน
“ท่านพี่ เพื่อเห็นแก่เงินตรา หากท่านพี่รู้เรื่องนี้เข้าก็อย่า