ได้กล่าวโทษที่ข้าหักหลังทรยศท่านเลย!” หลังจากสวดภาวนาภายใต้แสงจันทร์แล้ว เวินเทียนเหล่ยก็หันกลับมากล่าวกับหลี่เยว่หานด้วยท่าทางจริงจัง “ท่านรู้ใช่หรือไม่ว่าตอนนี้องค์ชายสามได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัชทายาทแล้ว?”
หลี่เยว่หานสงสัย “แล้วเมิ่งฉีฮ่วนเกี่ยวข้องอันใดกับองค์ชายสามหรือ?”
“ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้อง แต่ตอนนี้เมิ่งฉีฮ่วนเข้ารับราชการในราชสำนักแล้ว และกลายมาเป็นคนขององค์ชายสาม เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเสนาบดีกรมกลาโหม เข้ารับตำแหน่งขุนพลทหารม้า” เวินเทียนเหล่ยลดระดับเสียงลง “ถึงแม้ว่าเหวินจั๋วจะไม่เคยเข้ารับราชการมาก่อน แต่ฝ่าบาทก็รับรู้ได้ถึงพรสวรรค์ของเขา และต้องการร้องขอให้เขามาสมัครนานแล้ว แต่อดีตองค์รัชทายาทคนก่อนหวงแหนเขา ไม่ต้องการบีบบังคับเขา เหตุนั้นจึงคอยช่วยเหลือเขาและขัดขวางเสมอมา”
“ต่อมาท่านก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับองค์ชายรัชทายาท ถึงแม้ว่าเหวินจั๋วจะต้องการพาเด็กไปซ่อนตัวสักสามปี แต่ผู้คนมากมายก็แอบออกมาตามหาเด็กข้างนอกอยู่ดี และยังทำมันอย่างเปิดเผย หลังจากท่านจากไปแล้ว เหวินจั๋วส่งตัวเด็ก ๆ มาหาท่านและออกเดินทางไปยังเมืองหลวงเพียงลำพัง จากนั้นจึงได้รับโองการมา”
“ตอนนี้เขาเป็นเสนาบดีกรมกลาโหม อยู่ในตำแหน่งขุนพลทหารม้าแล้ว เป็นคนจากกองกำลังขององค์ชายสาม มีชื่อเสียงเรียงนามกว้างขวางอยู่ในเมืองหลวง ไม่ใช่นายพรานเมิ่งฉีฮ่วนในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นอีกต่อไป”
เวินเทียนเหล่ยขายข้อมู