ขอลาท่านอาจารย์”
สายตาของข่งซูเจี๋ยจริงจังและแน่วแน่มาก “ข้าอยากจะบอกท่านแม่ด้วยตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นที่ร้านขายผ้าวันนี้ขอรับ”
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของข่งซูเจี๋ย หลี่เยว่หานก็จับมือเขา แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ข้ายังกังวลว่าจะโน้มน้าวแม่ของเจ้าอย่างไรอยู่พอดี ข้าเกรงว่านางจะคิดว่ามันยากเกินไป ที่จะทำตัวอย่างงานปักเยอะถึงเพียงนั้น จนไม่อยากทำ หากเจ้าพยายามเกลี้ยกล่อม นางคงจะไม่ปฏิเสธ”
“ขอบคุณขอรับ ท่านน้าหาน” ข่งซูเจี๋ยขอบคุณหลี่เยว่หานจากก้นบึ้งของหัวใจ
“เรื่องเล็กน้อย ไม่มีค่าควรแก่การเอ่ยถึงหรอก”
นางเดินตามข่งซูเจี๋ยไปสำนักศึกษา เฝ้ามองข่งซูเจี๋ยมอบใบลาให้อาจารย์ และหลังจากช่วยข่งซูเจี๋ยลาหยุดหนึ่งวันเสร็จก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว
โชคดีที่หลี่เยว่หานได้ซื้อเสื้อผ้าทั้งหมดที่ต้องการซื้อให้หลิงซีเรียบร้อยตั้งแต่ตอนออกจากร้านขายผ้าอวี้เยว่แล้ว จึงไม่เสียเวลาอะไร
ระหว่างทางออกจากเมือง นางก็ซื้อเนื้อ เกลือและธัญพืชไปตลอดทาง จากนั้นหลี่เยว่หานพาเด็กทั้งสองขึ้นเกวียนของท่านอาหรง เพื่อกลับไปที่หมู่บ้านจางหนิง
หลังจากนำของทุกอย่างกลับบ้านแล้ว หลี่เยว่หานก็ติดตามข่งซูเจี๋ยไปที่บ้านสกุลข่ง
ก่อนเข้าไป หลี่เยว่หานเห็นวังหลานนั่งอยู่ที่ประตูห้องครัว โดยมีตะกร้าปักผ้าอยู่บนตัก นางกำลังปักอะไรบางอย่างอยู่ในมือ
“ท่านแม่” ข่งซูเจี๋ยเรียกนาง
วังหลานที่กำลังมุ่งความสนใจไปที่งานเย็บปักถักร้อย ตกใจมากกับเสียงที่