บขึ้นมาดูอย่างละเอียดหนึ่งอัน
“ซูเจี๋ย แม่ของเจ้าปักทั้งคืนจริง ๆ หรือ?” มีคนล้อเลียนข่งซูเจี๋ยด้วยเจตนาไม่ดี “เจ้าไม่ได้ซื้อสิ่งนี้มาจากคนอื่นใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่มีเงิน” ข่งซู่เจี๋ยตอบอย่างเย็นชา “หากข้ามีเงิน ข้าจะไม่ยอมให้ท่านแม่อยู่จนดึก เพื่อทำตัวอย่างงานปักนี้ไปขายหรอกขอรับ”
เมื่อข่งซูเจี๋ยพูดจบ สะใภ้โจวก็ดูตัวอย่างงานปักทั้งหมดเสร็จพอดี จากนั้นค่อยห่อกลับด้วยผ้าเนื้อดี ส่งให้ข่งซูเจี๋ย แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ฝีมือการปักของแม่เจ้าเยี่ยมยอดมาโดยตลอด ตัวอย่างงานปักเหล่านี้หายากนัก สามารถแลกเป็นเหรียญทองแดงได้อย่างน้อยร้อยเหรียญ เพียงพอสำหรับค่าเล่าเรียนของเจ้าเลย!”
“ขอบคุณขอรับป้าโจว” ข่งซูเจี๋ยเก็บตัวอย่างงานปักกลับเข้าไปในกล่องหนังสืออย่างระมัดระวัง จากนั้นยืนขึ้นและโค้งคำนับสะใภ้โจว “ท่านแม่ไม่ได้บอกราคาตอนที่นางให้ตัวอย่างงานปักข้ามา หากไม่ใช่เพราะป้าโจว ข้าเกรงว่าข้าคงจะขาดทุนเป็นแน่”
เมื่อเห็นว่าเด็กคนนี้มีเหตุผลมาก สะใภ้โจวก็ละอายเพราะตนพูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับวังหลาน “ไม่ต้องขอบคุณ ไม่ต้องขอบคุณ” ทั้งยังให้ข่งซูเจี๋ยมานั่งข้างนางด้วย
หลี่เยว่หานอดไม่ได้ที่จะนึกถึงตอนที่วังหลานบอกนางเมื่อไม่นานมานี้ ว่าจะเปลี่ยนวิธีเลี้ยงชีพ
ดูเหมือนว่านางไม่ได้แค่พูดจริง ๆ
แม้ว่าทุกคนจะดูถูกวังหลานหรือแม่ม่ายข่งผู้นั้น แต่พวกเขาก็ลำบากใจเกินกว่าจะพูดจาดูถูกนางต่อหน้าข่งซูเจี๋ยที่เริ่มโตแล้ว ด