ากได้ยินดังนั้น แม่ม่ายข่งก็ตกใจและหยุดร้องไห้ทันที แต่ใบหน้าของนางก็เต็มไปด้วยความน่าสมเพช “ข้าจะไม่ร้องไห้แล้ว ข้าจะไม่ร้องไห้แล้ว อย่าบอกเลย… ไม่อย่างนั้น… ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่อาจอยู่อย่างคนได้อีกต่อไป…”
หลี่เยว่หานอดไม่ได้ที่จะกลอกตา
แม่ม่ายข่งและแม่ม่ายฉางยังคงมีหน้าอยู่ในหมู่บ้านจางหนิงอีกหรือ?
“ท่านก็มีลูกที่บ้าน มือเท้าก็ยังมี เหตุใดท่านต้องทำแบบที่พวกผู้หญิงโคมแดงทำกันด้วย”
เมื่อเห็นว่าหลิงซียังคงอ่านหนังสืออยู่ หลี่เยว่หานจึงไม่ได้พูดถ้อยคำรุนแรงเกินไป
“ตอนที่สามีของข้ายังมีชีวิตอยู่ ครอบครัวข้าก็อยู่ดีมีสุข” แม่ม่ายข่งนั่งลงบนพื้น ถอนหายใจแล้วเช็ดน้ำตา “เขาทำธุรกิจเล็ก ๆ ครอบครัวเราอยู่กันสุขสบาย ลูกชายของข้าเติบโตมาแบบไข่ในหินตั้งแต่ยังเด็ก ต่อมาสามีข้าถูกโจรปล้นฆ่า ค่าเล่าเรียนของลูกก็แพง เงินของครอบครัวจึงหมดไปอย่างรวดเร็ว ข้า… ข้าไม่มีทางเลือกอื่น… นอกจากไปกับพี่ฉาง…”
หลังจากได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ “ท่านหมายความว่า ที่ท่านทำเรื่องสกปรกทั้งหมด ก็เพื่อลูกของท่านหรือ?”
“ใช่แล้ว” แม่ม่ายข่งพูดและเงยหน้าขึ้นมองหลี่เยว่หาน “พวกเราทุกคนเป็นสตรี ใครจะอยากทำลายศักดิ์ศรีตัวเองบ้าง เงินทั้งหมดที่ข้าหามาก็มอบให้กับลูกชายหมด ข้าเพียงรอให้ลูกชายของข้าเรียนจบในสักวันหนึ่ง แล้วข้าก็จะยอมตาย”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“ในอนาคต หากซูเจี๋ยสอบผ่านจอหงวน เขาอาจจะได้เป็นขุ