อีกว่ามู่ชวนและหลิงซีต่างไม่ใช่ ‘ตัวเดินหมาก’ อย่างที่เขาเอ่ยบอกอย่างแน่นอน แต่หลังจากอยู่ด้วยกันมาเป็นระยะเวลาครึ่งปี หลี่เยว่หานกลับเลือกไม่ถูกเสียแล้วว่าควรทำเช่นไร
ถึงแม้ซุนไท่กงจะเอ่ยเช่นนั้น เพื่อให้นางมั่นใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการทำเช่นนี้ ทำให้มู่ชวนและหลิงซีต่างต้องตกอยู่ในอันตราย ในเวลาเช่นนี้ นางควรจากไปอย่างนั้นหรือ?
หากเอ่ยจากใจโดยตรง หลี่เยว่หานต้องการอยู่ให้ห่างจากสิ่งเหล่านี้ยิ่งนัก แต่ในช่วงเวลาหกเดือนที่ผ่านมา เมิ่งฉีฮ่วนก็ดูแลหลี่เยว่หานอย่างดีมาโดยตลอด เด็กทั้งสองได้นางเป็นผู้ดูแลอยู่เสมอ จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งนี้เป็นเพียงความอบอุ่นเดียวที่หลี่เยว่หานได้รับหลังจากได้มาถึงหมู่บ้านไป๋อวิ๋น
หากจะจากไปในตอนนี้ นางย่อมทำได้อย่างแน่นอน
แม้อยากจะจากไปจริง ๆ แต่เมื่อนางหันมองมู่ชวนที่เติบโตมาได้สักระยะหนึ่งพร้อมทั้งหลิงซี ก็พลันตัดสินใจไม่ได้
ในขณะที่หลี่เยว่หานกำลังเถียงกับจิตใจของตัวเองอยู่นั้น มู่ชวนก็ดูเหมือนจะมองเห็นจิตใจของนางได้อย่างทะลุปรุโปร่ง จึงพาตัวหลิงซีออกมาจากหลี่เยว่หาน ทั้งสองพี่น้องคุกเข่าลงพลางก้มคำนับลงกับพื้นให้กับหลี่เยว่หาน และเอ่ยว่า “ท่านอาหญิง ท่านไม่ต้องยอมให้ตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรอกขอรับ ในเมื่อวันนี้เกิดเรื่องขึ้นแล้ว หลังจากนี้ ให้ท่านหมอเฉินช่วยบอกว่าท่านอาหญิงเสียชีวิตก่อนจะทันได้ช่วยเหลือ หลังจากนั้นท่านอาหญิงก็จะได้