ออกจากหมู่บ้านไป๋อวิ๋น แล้วไปอาศัยอยู่ที่อื่นขอรับ”
ในขณะที่มู่ชวนกล่าวเช่นนี้ หลิงซีที่แสดงท่าทีจริงใจก็น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้า ไม่เอ่ยพูดจาขัดขวางเลยสักคำ ถึงแม้ว่าสีหน้าของนางจะไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่นัก แต่ถึงแม้ว่าจะยังเป็นเด็กแต่ก็เข้าใจดี หลี่เยว่หานเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ควรจะต้องถูกบังคับให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้
พวกเขาเป็นหมากในเกม เนื่องจากคดีที่ติดตัวท่านพ่อยังไม่คลี่คลาย ดังนั้น ถึงแม้ว่าจะกลับไปยังเมืองหลวงในเวลานี้ ก็จะโดนเนรเทศเช่นกัน เรื่องราวอาจไม่ได้ลงเอยอย่างมีความสุข แต่กับหลี่เยว่หานไม่ได้เป็นเช่นนั้น หลี่เยว่หานถูกท่านอาของพวกเขาพากลับมาเพื่อดูแลพวกตน พวกเขาไม่สามารถทนเห็นแก่ตัวเช่นนั้นได้
การหวังเอาชีวิตรอดนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องเข้าไปพัวพันกับสถานการณ์อันคลุมเครือนี้อีก
“ท่านอาหญิง” หลิงซีอดกลั้นมาเป็นเวลานาน ในที่สุดจึงเอ่ยพูดออกมาพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลริน “ท่านอาหญิงไปเถิดเจ้าค่ะ หลิงซีเองก็โตแล้ว ไม่ต้องให้ท่านอาหญิงคอยดูแลอีกแล้ว”
“หลิงซี…” หลี่เยว่หานรู้สึกประหม่านิดหน่อย ในเวลาแบบนี้นางจะจำใจยอมจากไปได้ลงจริงหรือ?
“แม่หนูเยว่หาน ข้าเข้าใจดีว่าเจ้าลำบากใจ อีกทั้งยังรักพวกเขาประหนึ่งสายเลือดของตนเอง แต่ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ช้าเร็วเรื่องเลวร้ายต้องมาถึงอย่างแน่นอน หากเจ้าไปเสียแต่ตอนนี้ ก็ยังสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ไ