ด้ หากเวลานั้นมาถึง หมู่บ้านไป๋อวิ๋นอาจสูญสิ้นไม่เหลือซากก็เป็นได้” ซุนไท่กงเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
เนื่องจากบุคคลที่อยู่เบื้องหลังนั้นได้พบเจอจินเสวี่ยเอ๋อร์ อีกทั้งยังบังคับให้นางแอบแฝงตัวเข้ามา ดังนั้นแล้ว ตัวตนของสองพี่น้องทั้งมู่ชวนและหลิงซีต้องโดนเปิดเผยตัวตนเป็นแน่ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ตนอยู่ในหมู่บ้านอย่างไม่เปิดเผยตัวตน เนื่องด้วยเกรงว่าจะมีสายของทางการที่ถูกส่งมา และอาจมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นหากตัวเองป่าวประกาศออกไป
“ท่านปู่ซุน” หลี่เยว่หานก้มคำนับพลางเอ่ย “คนพวกนั้น มาที่นี่เพื่อลัญจกรหยกใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซุนไท่กงจึงผงะเล็กน้อย “ศิษย์เมิ่งบอกเจ้าเรื่องลัญจกรหยกด้วยหรือ?”
“ไม่ใช่เพียงเรื่องที่ต้องบอกข้าเท่านั้น ตอนนี้ข้าเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับลัญจกรหยกนี้แล้วเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานเหมือนจะตัดสินใจได้แล้วในที่สุด พลางจ้องมองตรงไปยังซุนไท่กง “หากคนพวกนั้นต้องการลัญจกรหยก แล้วเหตุใดท่านจึงไม่ให้พวกเขาไปเล่า ถึงอย่างไรก็เป็นทางแก้ปัญหาให้กับมู่ชวนและหลิงซีได้”
“เด็กน้อยเอ๊ย” ซุนไท่กงถอนหายใจยาว ๆ “ข้าประหลาดใจยิ่งนักที่เจ้ายอมมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องลัญจกรหยกเช่นนี้ แต่เจ้าคิดน้อยเกินไป หากลัญจกรหยกชิ้นนี้เป็นทางรอดแก่เด็กน้อยทั้งสองได้ เช่นนั้นแล้วทำไมจึงจะไม่ยอมทำกันเล่า”
“เพียงแต่ว่าเจ้ายังไม่ทราบ ถึงแม้ว่าลัญจกรหยกจะเป็นสมบัติของทางราชวงศ์ แต่มันมิใช่ผู้ใดก็