ได้ที่จะสามารถใช้มัน” ซุนไท่กงเอ่ย พลางลูบศีรษะของมู่ชวน “เวลาช่างผ่านมายาวนานหลายปี นอกจากองค์รัชทายาทแล้วก็มีศิษย์เมิ่งที่สามารถมีอำนาจในการใช้ลัญจกรหยกนี้ได้เป็นลำดับสอง ลำดับถัดมาจึงเป็นมู่ชวน ส่วนหลิงซีนั้นยังไม่ได้รับการแต่งตั้งอาญาสิทธิ์จากลัญจกรหยก ดังนั้นพวกมันจึงพยายามค้นหาตัวของมู่ชวนและหลิงซี จากตามที่เขาลือกันนั้น สายโลหิตจากหัวใจของพวกเขาสามารถเปิดลัญจกรหยกได้”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น หลี่เยว่หานจึงรู้สึกตกตะลึง “น… นี่มันเป็นไปได้อย่างไร!”
“ถึงแม้ว่าข้าจะไม่อยากเชื่อเช่นกัน แต่สิ่งนี้คือความจริง ไม่ว่าฮ่องเต้จะทรงอธิบายเช่นไรในตอนนั้น เจ้าพวกคนเล่นสกปรกที่แอบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็ต่างพากันไม่เชื่อ แม้แต่เชื้อพระวงศ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดก็ยังไม่ได้รับอาญาสิทธิ์จากลัญจกรหยกนี้ ดังนั้นจึงได้บุกทำลายพระตำหนักของฮ่องเต้ เขาจึงยอมปล่อยผ่านไปได้”
“ก่อนเกิดเรื่องบางอย่างในตำหนักของฮ่องเต้ พระองค์ถูกศัตรูรายล้อมทั่วทุกสารทิศ จึงได้พยายามหาทางส่งข่าวไปถึงศิษย์เมิ่ง แล้วใช้พระโลหิตจากหัวใจของตัวเองเพื่อทำให้ลัญจกรหยกนั้นจดจำศิษย์เมิ่ง จากนั้นจึงให้ศิษย์เมิ่งพาเด็กทั้งสองคนไปหลบซ่อน”
“แต่ก่อนเมื่อครั้งยังอยู่ในเมืองหลวง ศิษย์เมิ่งค่อนข้างทุกข์ยาก หลังจากเริ่มมีชื่อเสียงในฐานะสหายของฮ่องเต้ ก็ได้ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์มาโดยตลอด จึงยอมพาพวกพี่น้องทั้งสองคนหนีไป”
“หลังจากนั้นก็ไ