ารร้องไห้ของอีกฝ่ายเสียเหลือเกิน เธอผลักอีกฝ่ายไปครั้งหนึ่ง “หากจะเอ่ยก็อย่าร้องไห้ หยุดร้องไห้ได้แล้ว เจ้าเห็นเถ้ากระดูกของแม่เจ้าปนอยู่ในข้าวหรือ?”
แม้เมิ่งฉีฮ่วนจะรู้ดีว่าฝีปากของหลี่เยว่หานนั้นไม่เป็นรองใคร แต่เมื่อได้ฟังคำพูดของหญิงสาวโดยตรง เขากลับมีความรู้สึกอื่นแทรกเข้ามา
ชายหนุ่มรู้สึกราวกับว่าภรรยาของเขา ดูเหมือนจะแข็งแกร่งมาก….
“…” จินเสวี่ยเอ๋อร์ไม่คาดว่าหลี่เยว่หานจะมีความคิดเช่นนี้ เมื่อโดนนางผลักครั้งหนึ่ง หญิงสาวก็ทรุดลงไปกับพื้น บั้นท้ายกระแทกอย่างแรง ทำเอาตะลึงไปหมด
เมิ่งฉีฮ่วนเรียกสติกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะโยนกระดาษที่พับเอาไว้ลงตรงหน้าจินเสวี่ยเอ๋อร์พลางเอ่ยว่า “ข้าไม่อยากจะทำให้ท่านลำบากใจหรอกนะ ทว่าคงจะปล่อยให้ท่านจะทำเช่นนั้นไม่ได้ แม้ข้าจะไม่รู้ว่าใครส่งท่านมายังหมู่บ้านไป๋อวิ๋น แต่เมื่อท่านลงมือกับเด็ก ข้าจึงปล่อยให้ท่านรอดออกไปไม่ได้”
จินเสวี่ยเอ๋อร์หยิบกระดาษตรงหน้าขึ้นมาด้วยมือสั่นเทา ก่อนจะเปิดมันออก สิ่งที่อยู่บนกระดาษคือสาสน์ที่นางต้องการจะส่งออกไปวันนี้
ไม่แปลกใจเลย! ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีผู้ใดตอบกลับมาหลังจากที่นางส่งสาสน์ออกไป เดิมทีตนนึกว่ามันอาจจะล่าช้า ไม่ทันได้คิดว่าสาสน์นี้จะยังไม่ถูกส่งออกไป!
ตอนนี้เมื่อนึกขึ้นได้ จินเสวี่ยเอ๋อร์ถึงกับเหงื่อไหลเต็มแผ่นหลัง ยามนี้นางรู้สึกกลัวแล้วจริง ๆ ร่างกายหญิงสาวสั่นเทาก่อนจะมองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยใบหน้าซีดเผือด “