มะ… น้องเมิ่ง ข้าอธิบายได้นะ ข้าเพียงแค่… ใจมืดบอดเพราะโดนครอบงำ ดังนั้นจึงไร้มโนธรรมไปเพียงชั่วครู่เท่านั้น ข้าไม่เคยคิดอยากทำร้ายหลิงซีแม้แต่น้อย…”
“ใจมืดบอดเพราะโดนครอบงำ ดังนั้นจึงไร้มโนธรรมอย่างนั้นหรือ?” หลี่เยว่หานแค่นหัวเราะ “แต่จากที่ข้าเห็น เจ้าดูไม่มีเจตนาดีเลยสักนิด!”
เมื่อนึกถึงเด็กญิงสาวที่โดนวางยาจนหมดสติ ในใจของหลี่เยว่หานก็ยิ่งรู้สึกอึดอัด “เจ้ามาที่บ้านของพวกข้าด้วยเหตุใด!”
“ข้า ข้า…” แม้จะมีหลักฐานชัดเจนเช่นนี้ แต่จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็ยังวางแผนที่จะปฏิเสธ
จินเสวี่ยเอ๋อร์ที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นรีบก้มคำนับซุนไท่กงในทันที “ข้าละอายใจจริง ๆ ที่ทำเรื่องโง่เง่าเช่นนั้นไปเจ้าค่ะ ข้าหวังว่าผู้อาวุโสจะเข้าใจว่าข้านั้นก็เป็นเพียงแค่สตรีอ่อนแอที่ต้องเอาชีวิตรอดอย่างยากลำบาก ขอให้ข้าอาศัยอยู่ที่นี่ต่อไปเถอะนะเจ้าคะ!”
เมื่อได้ยินว่าจินเสี่ยเอ๋อร์อยากจะอยู่ต่อ ความโกรธของหลี่เยว่หานก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง “การแสดงของเจ้าน่ะ หากนำไปใช้หากินคงโด่งดังไม่น้อยเลย คิดเช่นนั้นหรือไม่? จะมีหญิงสาวสักกี่คนที่มากด้วยมารยาและกลับกลอกเช่นนี้ได้ อยากจะอยู่ต่องั้นหรือ? เช่นนั้นเจ้าก็ไปอยู่ในคอกปุ๋ยของบ้านพวกข้าก็แล้วกัน!”
“เยว่หาน เจ้าใจเย็นลงหน่อย” เมิ่งฉีฮ่วนที่เห็นว่าหลี่เยว่หานเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ จึงรีบวางกรงเหยี่ยวที่อยู่ในมือไว้บนโต๊ะ ก่อนจะก้าวเข้าไปหาหญิงสาว และปลอบนางให้ใจเย็นล