ง “ฟังก่อนเถอะว่านางอยากพูดอะไร”
“ฟังคำพูดไร้สาระน่ะสิ!” หลี่เยว่หานถ่มน้ำลายออกจากปาก “เจ้ายังหวังว่าจะมีงาช้างงอกออกมาจากปากสุนัขอย่างนั้นหรือ!”
เมิ่งฉีฮ่วนซึ่งไม่ได้ทำอะไรผิดกลับโดนต่อว่าไปด้วยเสียอย่างนั้น “เจ้าใจเย็นลงก่อน ใจเย็นลงก่อนเถิด”
“พอแล้วเยว่หาน” ซุนไท่กงเองก็เอ่ยขึ้นเพื่อเกลี้ยกล่อม “ฟังว่า นางจะพูดอะไรเสียก่อนเถอะ”
เมื่อเห็นว่าท่านปู่ซุนเองก็เอ่ยปาก หลี่เยว่หานจึงยอมเพราะเคารพชายชราผู้นี้ และทำได้เพียงส่งเสียง “เฮ้อ” ออกมา ทว่าหลังจากนั้นก็ไม่ได้เอ่ยปากด่าอีก
“ข้ารู้ว่าพวกท่านสงสัยว่าข้ามาที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นทำไม” เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานไม่พูดสิ่งใดแล้ว จินเสวี่ยเอ๋อร์จึงก้มหน้าพลางสะอึกสะอื้น ก่อนจะเอ่ยว่า “ใช่แล้วล่ะ ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อดูแลมู่ชวนและหลิงซีจริง ๆ”
หลังจากเอ่ยจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็เริ่มขมวดคิ้ว
“ในปีนั้นหลังจากออกมาจากเมืองหลวง ข้าก็ถูกขายให้กับคนกลุ่มหนึ่งในหอโคมแดง แต่เพื่อรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้ ข้าจึงโน้มน้าวพวกเขาขอให้ข้าได้เป็นอี้จี้*[1] ไม่นานมานี้ข้าเพิ่งถูกขายให้กับเมืองหลิวชิง และได้พบคนรู้จักที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้น”
“พวกเขานำเงินมาไถ่ตัวข้ากลับไป ทั้งยังอยากให้ข้าแต่งเข้าไปอยู่ในบ้านอย่างมีความสุข แต่ข้าไม่ต้องการเช่นนั้น พวกเขาจึงสั่งให้ข้ามาที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น และลักพาตัวหลิงซีกลับไปหาพวกเขา เมื่อทำเช่นนั้นจึงจะสามารถปลดหนี้ของข้าได้ อีกทั