แม้จะเป็นเพียงคำพูดแสนเรียบง่าย แต่คำสาบานนั้นถือเป็นวาจาศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง ทุกคนล้วนเชื่อเรื่องของผลกรรม ดังนั้นหากจะสาบานกันเพียงแค่ลมปาก คงไม่ใช่วิถีของคนสมัยโบราณอย่างแน่นอน
“สะ… สาบานถึงชีวิตอะไรกัน…” จินเสวี่ยเอ๋อร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“หากสิ่งที่เจ้าพูดผิดไปจากความจริงแม้เพียงนิดเดียว ขอให้เจ้าโดนต้นหลิวรัด มีอันเป็นไปในเร็ววัน เน่าตายไปทั้งร่าง เวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จบ บรรพบุรุษและญาติมิตรต้องกลายเป็นทาสขายเข้าซ่องนางโลม ตายก่อนถึงเวลา ตายไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด!”
ฝีปากของหลี่เยว่หานนั้นช่างร้ายกาจจริง ๆ คำพูดเหล่านี้ทำให้เมิ่งฉีฮ่วนอดไม่ได้ที่จะหันไปมองอยู่บ่อยครั้ง แม้แต่ซุนไท่กงเองก็ตะลึงเช่นเดียวกัน
เขาอายุเกือบเจ็ดสิบปีแล้ว แต่นี่เป็นครั้งที่เขาเห็นหญิงสาวพูดจาร้ายกาจได้อย่างเป็นธรรมชาติถึงเพียงนี้…
“แม่นางหลี่…. อย่าเลย ญาติมิตร เจ้า…. เจ้าไม่มีญาติมิตรอย่างนั้นหรือ?” จินเสวี่ยเอ๋อร์จ้องมองหลี่เยว่หานด้วยแววตาแดงก่ำ คำพูดของนางมันเกินจะรับได้จริง ๆ
“ข้าจะมีญาติมิตรสหายหรือไม่ล้วนไม่เกี่ยวอะไรกับคำสาบานต่อชีวิตของเจ้านี่?” หลี่เยว่หานยิ้ม “เจ้ากลัวอย่างนั้นหรือ”
[1] อี้จี้ คือ คณิกาที่ขายศิลป์ไม่ขายเรือนร่าง ส่วนใหญ่มักจะร้องเพลง เล่นดนตรี และแต่งกลอน