นุ่มจึงรู้วิธีจัดการกับมัน
หลังจากย้ายเนื้อตุ๋นและน้ำเกลือไปที่ห้องเก็บสุราใต้ดิน เมิ่งฉีฮ่วนก็ปิดประตูห้องเก็บสุรา ก่อนจะได้ยินเสียงของหลี่เยว่หานดังมาจากนอกห้องครัว
“เมิ่งฉีฮ่วน เจ้าป่วยรึ! ทำไมเจ้าถึงปิดประตูห้องครัวเวลากลางวันแสก ๆ?” น้ำเสียงของหลี่เยว่หานยังคงเต็มไปด้วยความโกรธ
เมิ่งฉีฮ่วนไม่กล้ารอช้า เขาเปิดประตูอย่างรวดเร็ว
“แม่นางหลี่ อย่าโทษเมิ่งหลางเลย เขาบอกว่าทุกอย่างในครัวเป็นสมบัติของเจ้า เขาจึงปิดประตูเพราะกลัวว่าข้าจะไม่ระมัดระวังแล้วทำลายบางอย่างไป” เสียงของจินเสวี่ยเอ๋อร์ดังขึ้น
หลี่เยว่หานกำลังเคาะประตู ทว่าเมื่อได้ยินจินเสวี่ยเอ๋อร์เป็นฝ่ายเสนอตัวปกป้องเมิ่งฉีฮ่วน เธอก็พลันอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่เช้า
แต่หญิงสาวไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าเลย เธอทักทายจินเสวี่ยเอ๋อร์อย่างกระตือรือร้น “พี่สะใภ้พูดแล้ว ข้าจะไม่ตำหนิสามีของข้าก็แล้วกัน พี่สะใภ้ ท่านขยันนัก ท่านตื่นตั้งแต่เช้าและทั้งลานก็ถูกทำความสะอาดหมดแล้ว”
หลังจากได้ยินสิ่งที่นางพูด จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็ยิ้ม ขณะนางกำลังจะบอกว่าตนสมควรทำอยู่แล้ว หลี่เยว่หานก็พูดอีกครั้ง “ที่ตักขยะอยู่ตรงนั้น เหลือแค่ทิ้งขยะลงแม่น้ำไป ตอนนี้พี่สะใภ้คงกำลังยุ่ง ดังนั้นข้าจะไม่รบกวนท่านแล้ว”
เมิ่งฉีฮ่วนซึ่งอยู่ที่ประตูได้ยินคำพูดของหลี่เยว่หาน เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้น่ารักมากขึ้นเรื่อย ๆ ชายหนุ่มเปิดประตูห้องครัวแล้วพูดเบา ๆ “เยว่หาน เจ้าตื่นแล้วร