เมิ่งฉีฮ่วนจำคำเตือนของกัวอี้เมื่อคืนนี้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นให้ยืนหยัดเคียงข้างหลี่เยว่หาน
“อา…” จินเสวี่ยเอ๋อร์ไม่คิดว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะเป็นคนปิดห้องครัว นางประหลาดใจไปครู่หนึ่ง “เจ้า… เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ?”
“พี่สะใภ้ อย่าเข้าใจข้าผิด” เมิ่งฉีฮ่วนพูดอย่างไร้ความรู้สึก “ทุกอย่างในครัวเป็นสมบัติของเยว่หาน และนางรังเกียจท่านมาก ข้าจึงปิดไว้เพราะกลัวนางจะโกรธ พี่สะใภ้ก็อย่าถือสาอะไรเลยนะ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ไม่รอช้า ปลดกลอนประตูและเข้าไปในห้องครัว
เมื่อเห็นอย่างนี้ จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็อยากจะตามเข้าไปด้วย แต่เมิ่งฉีฮ่วนก็หยุดนางไว้ “พี่สะใภ้ ท่านไม่ได้กำลังทำความสะอาดลานหรือ? ทำความสะอาดลานไปก่อนเถอะ เมื่อวานข้าทำข้อตกลงกับเยว่หานแล้ว ท่านไม่ต้องห่วงเรื่องครัว ข้าจะต้มน้ำร้อนเอง”
หลังจากพูดอย่างนั้น ก่อนที่จินเสวี่ยเออร์จะพูดอะไร เมิ่งฉีฮ่วนก็ปิดประตูห้องครัว
เมื่อได้ยินเสียงลงกลอนประตูอย่างชัดเจน ใบหน้าของจินเสวี่ยเอ๋อร์ก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว!
ระวังนางรึ! ถ้าเช่นนั้นก็อย่าโทษนางที่ลงมือ!
ครั้นนึกถึงสิ่งนี้ รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าของจินเสวี่ยเอ๋อร์ นางไม่หงุดหงิดอีกและกลับไปกวาดลานอย่างเชื่อฟัง
ในห้องครัว เมิ่งฉีฮ่วนพบไหใหม่สำหรับหมูตุ๋นที่เคี่ยวทั้งคืน เขาใส่น้ำเกลือทั้งหมดกลับเข้าไปในไห ล้างหม้อ จากนั้นก็เริ่มต้มน้ำร้อน
หลี่เยว่หานไม่เคยหลบเมิ่งฉีฮ่วนยามทำหมูตุ๋น ดังนั้นชายห