เจ้ากำลังพยายามจะบอกข้าว่านางทำของว่างอร่อยงั้นหรือ?” หลี่เยว่หานจ้องเมิ่งฉีฮ่วน ยืนกรานให้เขาพูดให้ชัดเจน
“ข้า… ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…” เมิ่งฉีฮ่วนรู้สึกว่าตนกำลังแย่ลงเรื่อย ๆ ดังนั้นเขาจึงหยิบจานของว่างแล้วรีบเดินออกไปโดยกล่าวว่า “อย่าโกรธไปเลยนะ ข้าจะคุยกับจินเสวี่ยเอ๋อร์เองว่าอย่าทำของพวกนี้ มันสิ้นเปลืองอาหาร!”
เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วนวิ่งกลับไปกลับมาอย่างเร่งรีบ หลี่เยว่หานก็ส่งเสียง “ฮึ่ม!” แต่ไม่ได้พูดอะไรอีก
ตอนนี้บ้านเมิ่งไม่ขาดแคลนเงิน ไม่เพียงไม่ขาดแคลนเงินเท่านั้น แต่ยังร่ำรวยอีกด้วย หลี่เยว่หานได้รับเงินจำนวนมาก และชายหนุ่มเองก็ทำเงินได้มากมายจากการแลกหนังสัตว์ ดังนั้นข้าวเหนียวจึงไม่ใช่สิ่งที่หายากนัก
แต่สิ่งที่หลี่เยว่หานไม่ชอบคือ การปล่อยให้คนอื่นคว้าสิ่งที่ตนทำงานหนักไปเช่นนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องบดแป้งข้าวเหนียว เพราะที่บ้านไม่มีการทำปศุสัตว์ หลี่เยว่หานจึงดันโม่หินเพื่อบดทีละน้อย หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจที่คนอื่นใช้ความพยายามอย่างหนักของตนเพื่อทำความดีเอาใจผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอีกคนคือเมิ่งฉีฮ่วน
ในห้องครัว
จินเสวี่ยเอ๋อร์กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารด้วยความงุนงง และในที่สุดนางก็รู้ว่าในบ้านหลังนี้หลี่เยว่หานมีน้ำหนักมากเพียงใด
ตราบใดที่หลี่เยว่หานไม่พูด เด็กทั้งสองก็จะไม่มาทานอาหารเย็นอย่างแน่นอน
แม้แต่เมิ่งฉีฮ่วนก็เอาอาหารชิ้นสองชิ้นและนำมันไปที่ลานด้านใน