งหรือ!” จินเสวี่ยเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ก่อนนางจะมองไปที่เมิ่งฉีฮ่วนอย่างจริงจังทั้งน้ำตา “ข้า… ข้าจะอยู่ดูแลพวกเขาได้จริง ๆ ใช่หรือไม่?”
“อืม” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจ “ท่านเพิ่งบอกว่าท่านใช้เงินก้อนสุดท้ายที่มีจนหมดเพื่อตามหาพวกเขาพี่น้องไม่ใช่หรือ เพื่อเห็นแก่พี่ชายจงเจิ้ง ข้าคงไม่สามารถขับไล่ท่านออกไปได้”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็รีบก้าวไปข้างหน้าและคว้ามือของเมิ่งฉีฮ่วนไว้ด้วยใบหน้าที่มีความสุข “ขอบคุณเมิ่งหลาง! ข้ารู้ว่าเจ้ายังคงคิดถึงเขา ข้าจะดูแลมู่ชวนกับหลิงซีอย่างดี และไม่ทำให้แม่นางหลี่โกรธ ดังนั้นอย่ากังวลไป!”
“ยังมีห้องว่างอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของลานด้านใน ข้าจะไปที่เมืองและซื้อผ้าห่มให้เจ้าสองผืน เจ้าสามารถอยู่ที่นั่นได้อย่างสบายใจ”
เมื่อหลี่เยว่หานที่ยืนอยู่นอกประตูได้ยินการสนทนานี้ ก็รู้สึกว่ามุมตาของเธอแสบร้อน ปากมีรสขม และด้วยเหตุผลบางอย่าง หญิงสาวก็อยากจะร้องไห้
เมิ่งฉีฮ่วนเปิดปากรั้งคนแล้ว ทั้งมู่ชวนและหลิงซีต่างก็ไม่สามารถขับไล่จินเสวี่ยเอ๋อร์ออกไปได้ ไม่ต้องพูดถึงเธอ
เมื่อครู่นี้เธอปลอบสะใภ้หลิว บอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จินเสวี่ยเอ๋อร์จะทำอะไรกับเมิ่งฉีฮ่วน แต่อีกฝ่ายเรียก ‘เมิ่งหลาง’ คำแล้วคำเล่า ทั้งเอ่ยไม่กี่คำก็ทำให้เมิ่งฉีฮ่วนใจอ่อนลง หลี่เยว่หานจึงไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีกต่อไป
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หลี่เยว่หานก็เข้าไปใ