ลูกเอ๋ย พวกเจ้าถูกให้ร้ายโดยเปล่าประโยชน์แล้ว! ตระกูลหลิ่วมีมือและตาอยู่ทั่วเมือง พวกเราชาวบ้านจะทำอันใดได้!”
ทันทีที่หลิ่วเทียนเสียงและเมิ่งฉีฮ่วนออกมา พวกเขาก็ได้ยินประโยคดังกล่าว ใบหน้าของหลิ่วเทียนเสียงมืดครึ้มลงทันที
“หวังฉิน พูดอะไรเห็นแก่ลูกสาวของเจ้าที่ยังอยู่ในตระกูลหลิ่วบ้าง มิฉะนั้น นางจะไม่มีชีวิตที่ดีในตระกูลหลิ่ว” หลิ่วเทียนเสียงพูดข่มขู่
ทันทีที่ได้ยินเสียงของหลิ่วเทียนเสียง หวังฉินก็มีพลังขึ้นมาทันที นางคุกเข่าลงข้าง ๆ อีกฝ่ายคว้าเสื้อคลุมของเขาไว้และร้องไห้ “นายท่านหลิ่ว นายท่านหลิ่ว! เหอฮวาของเราเป็นลูกสะใภ้ของครอบครัวท่าน ท่านจะเข้าข้างคนนอกไม่ได้!”
“ลูกสะใภ้?” หลิ่วเทียนเสียงเย้ยหยัน “เป็นเพียงอนุต่ำต้อย ลูกสะใภ้อะไรกัน! วันนี้บ้านหวังของเจ้าทำร้ายลูกสาวบุญธรรมของข้า หวังเหอฮวาเองก็ต้องชดใช้บาปของเจ้าที่จวนของข้า ถ้าเจ้าไม่อยากให้นางถูกขับไล่ออกมา เจ้าก็ควรหุบปากเสียดีกว่า!”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หัวใจของหวังฉินก็เต้นแรง ไม่นานนางก็หยุดร้องไห้
หวังฉินยืนขึ้นจากการช่วยของหม่าเวย เช็ดคราบบนใบหน้าของนางและพูดว่า “ลูกชายของข้าไร้เดียงสา! เป็นหลี่เยว่หาน! นัง… ผู้หญิงคนนั้นที่ล่อลวงลูกชายข้า ไม่อย่างนั้นลูกชายของข้าจะแตะต้องเด็กสาวที่อ่อนแอเช่นนั้นได้อย่างไร? อีกทั้งหลี่เยว่หานยังถูกทำลายไปแล้ว ท่านยังต้องปกป้องผู้หญิงที่ถูกทำลายไปแล้วอีกรึ! ที่นี่ยังมีกฎหมายอยู่รึไม่