่นนี้ หวังฉินก็รีบเข้าไปปกป้องหวังหัว ก่อนเงยหน้าขึ้นและพูดอย่างมีชัยชนะ “เจ้าเห็นไหม! นายท่านหลิ่วมาเพื่อตัดสินให้บ้านหวังของเราด้วยตัวเอง มาดูกันว่าครั้งนี้เจ้าจะหยิ่งยโสได้สักแค่ไหน!”
หลังจากพูดจบหวังฉินก็หันไปมองหลิ่วเทียนเสียงที่กำลังเดินเข้ามา พร้อมทั้งร้องไห้ออกมา “ท่านหลิ่ว! ลูก ๆ ของข้ากำลังทุกข์ทรมาน! พวกเขาถูกให้ร้ายโดยไม่มีเหตุผล ดูสิ ชายแซ่เมิ่งคนนี้ทุบตีลูกชายของข้าจนกลายเป็นแบบนี้แล้ว ท่านต้องตัดสินแทนข้านะ!”
หลิ่วเทียนเสียงชำเลืองมองหวังฉินอย่างไม่ได้สนใจ ทว่าเดินไปที่เมิ่งฉีฮ่วนอย่างรวดเร็ว และหยิบแส้จากมือของเขา พลางพูดว่า “ไม่ว่ายังไงเจ้าก็ตีใครต่อหน้าคนจำนวนมากไม่ได้”
เมิ่งฉีฮ่วนไม่พูดจา
หวังฉินเอ่ยสำทับอย่างรีบร้อน “ใช่! ใช่! ลูกชายของข้าไร้เดียงสานัก ชายแซ่เมิ่งคนนี้เลวทรามจริง ๆ ท่านดูเขาทุบตีลูกชายของข้าสิ!”
นางเห็นหลิ่วเทียนเสียงโบกมือ ก่อนคนรับใช้หลายคนจะเข้ามาพร้อมสิ่งของมากมาย “ในตอนที่เหอฮวากลับมาที่จวนตระกูลหลิ่วในตอนเช้า นางบอกข้าว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับเยว่หาน ดังนั้นข้าจึงรีบนำอาหารบำรุงมาให้นาง ตอนนี้นางสบายดีหรือไม่?”
“กระดูกซี่โครงหักสองซี่ และมีอาการบาดเจ็บทั่วร่างกาย ทั้งยังไม่สามารถลุกจากเตียงได้” เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนพูดถึงอาการบาดเจ็บของหลี่เยว่หาน จิตสังหารในดวงตาของเขาที่ปรากฏออกมาแข็งแกร่งมากจนหลิ่วเทียนเสียงอดตัวสั่นกลัวไม่ได้
“ข้าพาหมอจากในเ