เพียงเพื่อค้างคืนกับนาง แต่หว่านหรงเป็นผู้หญิงซื่อตรงและไม่ขายเรือนร่าง”
“ในวันที่นางขึ้นแสดงบนเวที เวินเทียนเหล่ยก็ตกหลุมรักหว่านหรงตั้งแต่แรกเห็น นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นเขาแสดงออกเช่นนี้ หลังจากนั้น เวินเทียนเหล่ยก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อค้นหาความชอบของหว่านหรง ซึ่งนายท่านของตระกูลเวินถึงกับทะเลาะกับเขาเรื่องนี้หลายครั้ง เวินเทียนเหล่ยยังใช้ทองคำหนึ่งพันตำลึงเพื่อไถ่ตัวหว่านหรงจากหอโคมแดงก่อนรับนางเป็นอนุ ในวันที่หว่านหรงเดินเข้าประตูมา ถึงแม้จะไม่ได้ปฏิบัติตามธรรมเนียมการแต่งภรรยาเอก แต่เวินเทียนเหล่ยยังคงกราบไหว้ฟ้าดินกับนาง”
“ในวันที่สองของการแต่งงาน เวินเทียนเหล่ยทำการปลูกต้นอ่อนผลไม้รสเปรี้ยวที่นางชอบกินให้กับหว่านหรงลงในสวนด้วยตัวเอง”
“หว่านหรงและเหล่าเวินฟูเหรินเข้ากันได้ดีมาก และเหล่าเวินฟูเหรินไม่ได้รังเกียจภูมิหลังของนาง แม้ว่านายท่านเวินจะรู้สึกอับอาย แต่ด้วยเห็นแก่หน้าภรรยา เขาจึงไม่เคยยุ่งเกี่ยวเรื่องของหว่านหรงและเวินเทียนเหล่ย”
“น่าเสียดายที่สวรรค์อิจฉาคนงาม หว่านหรงล้มป่วยในปีที่สามของการแต่งงาน โรคนี้แปลกประหลาด ไม่ว่าจะเป็นหมอที่มีชื่อเสียงหรือหมอหลวงต่างกล่าวว่าเป็นความบกพร่องแต่กำเนิด หากกินยาบำรุงมาก ๆ อาจอยู่ได้เป็นปี”
“ในปีที่สี่ หว่านหรงเสียชีวิตลงด้วยอาการป่วย หลังจากนั้นไม่นานเหล่าเวินฟูเหรินก็จากไป ตั้งแต่นั้นมาเวินเทียนเหล่ยก็หดหู่ใจมาก จากนั้นเขาก็พ