้า แต่ถูกหลี่เยว่หานหยุดไว้
เขาเห็นหลี่เยว่หานลงจากรถม้า ไปยืนประจันหน้ากับหวังเฟิ่งที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่บนพื้น แล้วแค่นเสียงเย็นก่อนจะเอ่ยอย่างเย้ยหยันว่า “ถ้าอยากร้องไห้ เจ้าก็ควรมีน้ำตาก่อนมิใช่หรือ? คร่ำครวญเช่นนั้นโดยไร้น้ำตา คนไม่รู้จะคิดว่าเจ้ากำลังหอน”
“นังสารเลว เจ้าพูดคำน่ารังเกียจอะไร!” หวังเฟิ่งกระโดดขึ้นจากพื้น “พูดมา! ชุดเครื่องประดับทองที่ตระกูลหลิ่วมอบให้เจ้าอยู่ที่ไหน! รีบเอามาให้ข้า แม่ของเจ้าผู้นี้บังเอิญว่าพ่อเจ้าป่วยและไม่มีเงินสำหรับจ่ายค่าหมอ จึงต้องรีบเอามันไปขายแลกเงินเพื่อหาหมอมารักษาพ่อเจ้า!”
“พ่อข้าป่วย?” หลี่เยว่หานเอียงศีรษะ “ทันทีที่เปิดปาก เจ้าก็บอกว่าพ่อของข้าป่วย ทำไมข้าถึงคิดว่าไม่ใช่พ่อของข้าที่ป่วย แต่เป็นเจ้าต้องการเงินอีกแล้ว?”