ทำได้เพียงผลักประตูเปิดพอให้คนคนเดียวเข้าไปเท่านั้น หลี่เยว่หานเดินผ่านประตูเข้าไปโดยไม่ได้สงสัยอะไร
“หว่านหรง ตะเกียงอยู่ที่ไหนหรือ?” ทันทีที่ผ่านประตูเข้ามา ดวงตาของหลี่เยว่หานก็เปลี่ยนเป็นมืดบอดในฉับพลัน จากนั้นเมื่อหญิงสาวหันกลับไปมองด้านหลังก็เห็นหว่านหรงมีใบหน้าลุกลี้ลุกลน ดึงประตูปิดอย่างแรงทันที
“เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ?” หญิงสาวตอบสนองทันที แต่ภายในประตูไม่มีอันใดให้จับ อีกทั้งหว่านหรงเองก็ยังปิดประตูในลมหายใจเดียว ทันใดนั้น เสียงล็อกก็ดังขึ้น หลี่เยว่หานตะลึงงันในชั่วพริบตานั้น
หว่านหรงขังเธอไว้ทำไม? เธอไม่ได้มาแย่งผู้ชายของนางสักหน่อย!
ใช่แล้ว แย่งผู้ชาย!
หว่านหรงคิดว่าเมิ่งฉีฮ่วนพาหลี่เยว่หานมาที่จวนตระกูลเวิน เพราะชายหนุ่มต้องการมอบเธอให้เวินเทียนเหล่ยหรือ?
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หลี่เยว่หานจึงเคาะประตูอย่างรวดเร็ว “หว่านหรงฟูเหริน เจ้าเข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่! ข้าแต่งงานแล้ว และไม่มีความคิดที่จะเกี่ยวข้องใด ๆ กับนายน้อยเวิน!”
น่าเสียดายที่ประตูหนาเกินไป แม้ว่าจะได้ยินเสียงของหญิงสาว แต่ก็เบายิ่ง
เธอแนบประตูฟังอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่มีเสียงจากข้างนอก จึงสันนิษฐานว่าว่านหรงคงหนีไปแล้ว
ภายในโกดังที่มืดมิด หลี่เยว่หานเองก็ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่รอบตัวตนบ้าง
โกดังของตระกูลเวินจะต้องมีมาตรการป้องกันอัคคีภัยที่ดีเป็นพิเศษแน่ ในที่มืดสนิทเช่นนี้ หญิงสาวมองไม่เห็นแสงแม้แต่นิดเดียว
แบบนี้ต้องทำอ