ย่างไรเล่า…
หลี่เยว่หานยืนอยู่ที่นั่นอย่างหดหู่ รู้สึกว่าเธอโชคร้ายครั้งใหญ่แล้ว
“ไม่รู้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะสังเกตเห็นว่าข้าหายไปหรือไม่” หลี่เยว่หานนั่งย่อตัวลงพร้อมหันหลังพิงประตู รู้สึกว่าเธอจะขยับไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
และในขณะนั้นเอง หลี่เยว่หานก็ค้นพบว่าผ้าคลุมของตนเรืองแสงได้?
หญิงสาวรีบถอดผ้าคลุมหน้าออกและมองใกล้ ๆ ก่อนพบว่าผ้าคลุมผืนนี้มีการเรืองแสงเป็นจุด ๆ ในกระบวนการผลิตจะใช้วัสดุดูดซับแสงในสีย้อม ดังนั้นหลังจากได้รับแสงแดดเพียงพอแล้ว มันจึงเรืองแสงในที่มืดราวกับเป็นไข่มุกราตรี!
เพียงแต่แสงนั้นอ่อนเกินไป หลี่เยว่หานรู้สึกว่าหากมีคนอีกคนอยู่ที่นี่ เขาจะพอมองเห็นได้ หลังจากจ้องเป็นเวลานาน
คิดแล้วก็รู้สึกว่าหนทางช่างมืดมนนัก
ความรู้สึกยามที่ถูกขังนั้นยาวนานเป็นพิเศษ หลังจากที่สายตาของหลี่เยว่หานค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับความมืด เธอก็ตระหนักว่าโกดังแห่งนี้ไม่ได้ปิดกั้นแสงอย่างสมบูรณ์ เพียงแต่แสงนั้นอ่อนมาก ทั้งไม่ดีเท่าแสงจันทร์ในตอนกลางคืน
แต่หลังจากนั่งอยู่เป็นเวลานานและคุ้นเคยกับสภาพที่นี่แล้ว หญิงสาวก็ค่อย ๆ สามารถเห็นสถานการณ์รอบ ๆ ได้อย่างชัดเจน
ที่นี่ไม่ใช่โกดัง…เพราะมันเต็มไปด้วยโลงศพ!
หลี่เยว่หานไม่รู้ถึงเจตนาของหว่านหรงที่ขังตัวเองไว้ แต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ขังคนเป็นไว้ในห้องเก็บโลงศพไม่ได้!
ยิ่งดวงตาของเธอคุ้นเคยกับความมืดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ชัดเจนม