ากขึ้นเท่านั้น ในใจของหลี่เยว่หานรู้สึกว่ายิ่งเห็นก็ยิ่งขนลุกจนแทบทนไม่ไหว
หญิงสาวเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้นจึงเชื่อเรื่องผีสางเทวดา โลงศพที่อยู่ข้างหน้าเธอวางซ้อนกันอย่างน้อยหนึ่งโหล หนังศีรษะของหลี่เยว่หานมึนงงขึ้นมาทันที เธอค่อย ๆ นั่งยอง ๆ ลงโดยไม่กล้าแม้แต่จะขยับ
หลังจากเวลาผ่านไปไม่รู้นานเท่าใด หลี่เยว่หานก็ได้ยินเสียงคนเรียกอย่างคลุมเครือ ดังนั้นเธอจึงรวบรวมสติฟังเสียงนั้น
น่าเสียดายที่ฉนวนกันเสียงของประตูนี้ดีมากจนหลี่เยว่หานไม่ได้ยินว่าเสียงข้างนอกกำลังเรียกตนอยู่หรือไม่
เมื่อคิดถึงโลงศพนับสิบที่อยู่ข้างหลัง หลี่เยว่หานก็ถอดรองเท้าออกและใช้พื้นแข็ง ๆ รองเท้าทุบใส่ประตูอย่างแรง พลางตะโกน “เมิ่งฉีฮ่วน! เมิ่งฉีฮ่วน เป็นท่าน! เมิ่งฉีฮ่วน!”
หลังจากพบว่าหลี่เยว่หานหายตัวไป เมิ่งฉีฮ่วนก็เกือบจะหมดความอดทนกับเวินเทียนเหล่ย หลังจากที่ชายหนุ่มเกลี้ยกล่อมให้เมิ่งฉีฮ่วนสงบลง เขาก็เรียกตัวทุกคนในตระกูลและเริ่มค้นหาหญิงสาวทั่วทั้งจวน
หลังจากตระกูลเวินทั้งหมดพากันค้นหามาเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่มีใครเห็นหลี่เยว่หาน เมิ่งฉีฮ่วนรู้สึกกระวนกระวายใจและวิ่งไปรอบ ๆ จวนตระกูลเวินด้วยตัวเองพลางเรียกชื่อหญิงสาวดัง ๆ
หลังจากตามหาแล้ว เขาก็มาถึงบริเวณโกดังร้างแห่งนี้
เวินเทียนเหล่ยติดตามเมิ่งฉีฮ่วนมาตลอดเวลา เมื่อมาถึงที่นี่ สีหน้าของชายหนุ่มก็พลันเปลี่ยนไป เขาคว้าเมิ่งฉีฮ่วนไว้ และพูดว่า “พี่เมิ่ง