ปกติแล้วไม่มีใครมาที่นี่ เมิ่งฟูเหรินเองก็คงจะไม่มาที่นี่แน่”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็หันศีรษะมองไปที่เวินเทียนเหล่ย “ภรรยาของข้าหายตัวไปในบ้านของเจ้า ซ้ำยังเป็นเพราะถูกอนุของเจ้าพาตัวไป ข้าจะคิดบัญชีเรื่องนี้กับเจ้าในภายหลังแน่”
หลังจากพูดจบ โดยไม่คำนึงถึงการขัดขวางของเวินเทียนเหล่ย เมิ่งฉีฮ่วนยังคงเรียกชื่อของหญิงสาวเสียงดังต่อไป
ในโกดัง หลี่เยว่หานทุบประตูด้วยรองเท้าเป็นเวลานาน แต่ไม่มีการเคลื่อนไหวมากนัก แต่เธอทุบจนมันเกิดเป็นรอยแตกร้าวบาง ๆ และมีลมพัดเข้ามาเบา ๆ พลันหญิงสาวมีความคิดแวบหนึ่งเกิดขึ้นมาในหัว
เธอทุบประตูอย่างแรงอีกหลายครั้งและยัดผ้าคลุมหน้าที่เวินเทียนเหล่ยมอบให้สอดผ่านรอยแยกของประตูไปทีละน้อย
เนื่องจากลมภายนอกสามารถผ่านเข้ามาทางรอยร้าวบาง ๆ ของประตูได้ มันจะต้องสามารถพัดผ้าคลุมซึ่งเบาราวกับปีกจักจั่นออกไปได้เช่นกัน
ตราบเท่าที่สามารถพบผ้าคลุมได้ ตนก็เชื่อว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะพบตัวเธออย่างแน่นอน
“เยว่หาน! หลี่เยว่หาน!” เสียงของเมิ่งฉีฮ่วนค่อย ๆ จางหายไป หลังจากที่หญิงสาวยัดผ้าคลุมออกไป เธอก็รู้สึกว่าเรี่ยวแรงทั้งหมดในร่างกายได้หมดลง ดังนั้นจึงนั่งพิงประตูอยู่เป็นเวลานาน
หลังจากเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดก็สุดรู้ หลี่เยว่หานก็ผล็อยหลับไป ก่อนจะมีเสียงฝีเท้าที่วุ่นวายดังมาจากนอกประตู
ไม่นานนัก แสงก็ส่องสว่างเข้ามาภายใน หญิงสาวก็ยกมือขึ้นปิดตาโดยไม่รู้ตัว
“เยว่หาน