วณตามตารางของข้า ดูว่ามีความผิดพลาดหรือไม่”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เวินเทียนเหล่ยก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับตารางสูตรคูณในมือด้วยความสับสน ส่วนเมิ่งฉีฮ่วนยืนอยู่ด้านข้างและมองหลี่เยว่หานเขียนอยู่เป็นเวลานาน
“ท่านดูอะไร?” หลี่เยว่หานที่ถูกมองอยู่อดถามขึ้นมาไม่ได้
“ข้ากำลังคิดว่า วิธีการจับพู่กันของฮูหยินช่างแตกต่างจากคนทั่วไป?” เมิ่งฉีฮ่วนราวกับพูดอยู่กับตัวเอง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็รู้สึกเหงื่อตกจนรีบอธิบาย “ข้า…แม่ข้าจากไปเร็วนัก ไม่มีใครสอนข้าว่าควรจับเช่นไร นี่เป็นวิธีการจับที่ข้าเรียนรู้ด้วยตัวเอง ท่านก็เห็นว่าการจับเช่นนี้เขียนออกมาแล้วตัวหนังสือทั้งดูหยาบและใหญ่ น่าเกลียดนัก”
แม้ว่าหลี่เยว่หานจะจำตัวอักษรจีนแบบดั้งเดิมได้ แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถเขียนออกมาได้ทุกตัว บางครั้งเวลาเขียน หากตัวอักษรจีนดั้งเดิมตัวใดไม่สามารถเขียนได้ หลี่เยว่หานก็มักจะเขียนมันด้วยลายมือแบบลวก ๆ
หญิงสาวไม่เคยเรียนการคัดลายมือ แต่ในตอนที่ไปเป็นอาสาสมัครในประเทศที่ยากจน บางครั้งก็ต้องรับผิดหน้าที่ของหมอด้วย เมื่อนานวันเข้า ลายมือของเธอจึงดูเป็นตัวอักษรหวัดมากกว่าคนทั่วไป เมื่อนำมาใช้ที่นี่ ก็อาจจะพอหลอกคนที่นี่ได้
นับเป็นผลพลอยได้
“แต่เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่า ตัวอักษรของฮูหยินดูไม่เหมือนตัวอักษรที่พวกเรารู้?” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางชี้นิ้วไปยังตัวอักษรตัวหนึ่ง พลางพูดต่อ “เหตุใดหูทั้งสองข้างของตัวอักษรตัวนี้จึ