งหายไป?”
“ก็เพราะข้าเขียนแบบรีบร้อน ดังนั้นจึงข้ามมันไปเท่านั้น” หลี่เยว่หานพูดจบ ก็รีบขยำกระดาษที่ตนเขียนเมื่อครู่เป็นก้อนกลม และโยนลงบนเตาต้มชาขนาดเล็กเพื่อเผามัน
เมื่อเห็นเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็คิดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร
เมิ่งฉีฮ่วนไม่ถามอะไร หลี่เยว่หานจึงไม่กังวลใจมากนัก
เพียงไม่นาน เวินเทียนเหล่ยก็วิ่งกลับมา โดยมีนักเรียนคนหนึ่งเดินตามหลังมาด้วย
เมื่อเข้ามาด้านใน เวินเทียนเหล่ยก็แนะนำนักเรียนผู้นี้ด้วยความกระตือรือร้น “ฮูหยินเมิ่ง ผู้นี้คือจงเหอ นักบัญชีของตระกูลเวิน และพูดได้ว่าทั่วทั้งแคว้นตงฮั่น ไม่มีผู้ใดคำนวณได้เก่งกว่าเขาอีกแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานจึงหันไปทักทายจงเหอ “ข้าไม่เจียมตัวต่อหน้าท่านจงเสียแล้ว”
“ไม่ ๆ” จงเหอมองหลี่เยว่หานด้วยสีหน้าลุ่มหลง “ตารางสูตรคูณที่ฮูหยินเมิ่งเขียนขึ้นมานั้นนับว่ายอดเยี่ยมนัก ในตอนที่ได้อ่านมันในครั้งแรก ข้ายังรู้สึกไม่เข้าใจ แต่เมื่ออ่านซ้ำอีกครั้งก็เข้าใจได้ในทันที ดังนั้นข้าจึงขอให้คุณชายเวินพาข้ามาพบท่าน อยากรู้ว่าผู้ใดเป็นอาจารย์ของท่านกัน? สามารถแนะนำข้าได้หรือไม่?”
“ฮูหยินเมิ่งอย่าถือโทษ จงเหอผู้นี้ชอบในการคำนวณมากนัก ไม่ว่าจะเป็นอะไรหากเกี่ยวกับตัวเลขก็ต้องถามอย่างชัดเจน ข้าก็ถูกเขาตามตื้อจนไม่สามารถทำอะไรได้จนต้องพาเขามาที่นี่” เวินเทียนเหล่ยพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ มองไปยังเมิ่งฉีฮ่วนที่มีสีหน้าบูดบึ้งอยู่ด้า