นข้าง “สหายเมิ่ง ท่านอย่าทำหน้าบูดบึ้งเช่นนั้น ยิ้มเสียเถิด ยิ้มแล้วน่ามองมากกว่ายิ่งนัก!”
“…” เมิ่งฉีฮ่วนมีเพียงส่งสายตาเย็นชาให้แก่เวินเทียนเหล่ย โดยไม่พูดใด ๆ
หลี่เยว่หานไม่คิดว่าเพียงตารางสูตรคูณจะดึงดูดผู้คลั่งไคล้ในการคำนวณออกมาได้ หากรู้เร็วกว่านี้ ก็คงจะไม่เขียนตารางสูตรคูณที่เป็นพื้นฐานการเรียนของเด็กประถมเช่นนี้
เธออาจเขียนเรขาคณิตและแคลคูลัสให้เขาซึ่งมากพอที่จะให้เขาใช้เวลาคิดคำนวณนับสิบวันถึงหนึ่งเดือนได้ ไม่เหมือนตารางสูตรคูณที่อ่านเพียงสองรอบก็เข้าใจได้ และยังมาถามตนต่อหน้าเช่นนี้
“ฮูหยินเมิ่ง มีปัญหาใดหรือ?”
เมื่อเห็นหลี่เยว่หานไม่พูดใด ๆ แววตาที่ร้อนแรงของจงเหอก็เกิดความสงสัยขึ้นเล็กน้อย “หรือท่านไม่สะดวกแนะนำข้าให้อาจารย์หรือ? ไม่เป็นไร ๆ ถ้าหากไม่สะดวกเช่นนั้นเมื่อฮูหยินเมิ่งกลับไปแล้ว ช่วยนำคำถามยากไม่กี่ข้อของข้ากลับไปด้วย และได้โปรดให้ท่านอาจารย์ตอบคลายข้อสงสัยของข้า?”
แววตาทั้งสองของจงเหอเต็มไปด้วยความปรารถนาในความรู้ หลี่เยว่หานจึงมองไปยังเมิ่งฉีฮ่วยราวกับขอความช่วยเหลือโดยไม่รู้ตัว
เมื่อได้รับการส่งสัญญาณความช่วยเหลือของเขา เมิ่งฉีฮ่วนก็กระแอมออกมาพลางพูดขึ้น “คุณชายจง ความรู้ของฮูหยินของข้านั้น นางได้เรียนมาจากท่านแม่ของนาง และแม่ของนางก็จากไปด้วยโรคร้ายเมื่อตอนที่นางยังเด็ก”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จงเหอรู้สึกราวกับถูกน้ำเย็นราดใส่ กระทืบเท้าด้วยความเกลียดชังทั