นที “สวรรค์อิจฉาในความงาม! สวรรค์ริษยาในพรสวรรค์! หากท่านแม่ของฮูหยินเมิ่งยังมีชีวิตอยู่ล่ะก็ จะต้องเป็นผู้ที่โดดเด่นแน่ ช่างน่าเสียดายเสียจริง!”
จงเหอพูดพลางหลั่งน้ำตาออกมา
เวินเทียนเหล่ยเห็นเช่นนี้ จึงให้คนใช้นำตัวจงเหอออกไปทันที จากนั้นก็เชิญเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานให้นั่งลงด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย
“ท่านทั้งสองอภัยให้ข้าด้วย จงเหอนั้นเป็นคนดี เพียงแต่ให้ความสำคัญกับเรื่องการคำนวณมากเกินไป พูดตามตรงกับพวกท่าน เดิมทีนั้นจงเหอสามารถเป็นบัณฑิตที่มีคะแนนลำดับต้น ๆ ได้เลย แต่เป็นเพราะในตอนอภิปรายนั้น เขาเขียนโจทย์การคำนวณที่ยากเกินไปจนผู้คุมสอบไม่เข้าใจ ผลจึงทำให้สอบตก ท่านพ่อข้าทำใจทิ้งไข่มุกเม็ดงามเปื้อนฝุ่นเช่นนี้ไปไม่ได้ จึงเชิญเขามาเป็นแขกของตระกูลเวิน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานจึงพยักหน้ารับ “คุณชายจงรักในความรู้มากเช่นนี้ นี่เป็นสิ่งที่ควรเคารพ พวกเราจะไปหัวเราะเยาะเขาได้อย่างไรกัน”
พูดจบ กลับได้ยินเสียงกระแอมของเมิ่งฉีฮ่วน พลางพูดขึ้น “ข้าคิดว่า จงเหอผู้นี้ดูเหมือนจะเรียนจนโง่เขลาเล็กน้อย”
“ใช่!” เวินเทียนเหล่ยพูดขึ้นมาอย่างเห็นด้วย “ข้าก็คิดเช่นเดียวกับสหายเมิ่ง จงเหอดูเรียนจนโง่เขลาเล็กน้อย แม้แต่เวลาไปซื้อผัก ยังแข่งการคำนวณในใจกับอีกฝ่ายว่าผู้ใดเร็วกว่ากัน หลายครั้งที่ทำให้พ่อค้าต่างก็รู้สึกไม่พอใจ คิดว่าเขากำลังสร้างปัญหาให้!”
“คิก ๆ…” หลี่เยว่หานอดหัวเราะออกมาไม่ไ