อแต่งแต้มรอบดวงตาให้ดูลึกขึ้น
พูดแล้วก็ช่างน่าขัน ‘อายแชโดว์’ แบบชั่วคราวนี้ หลี่เยว่หานได้ใช้ขี้เถ้าจากก้นหม้อมาผสมกับผงสีที่เหลือและบดแล้ว จากนั้นกดลงในตลับตามเฉดสี ในมือไม่มีอุปกรณ์ในการแต่งหน้า หลี่เยว่หานจึงใช้มือเป็นแปรงแทน ค่อย ๆ เบลนสีรอบ ๆ เบ้าตาของตน
จนกระทั่งเบ้าตาดูคล้ำขึ้น ดวงตาดูมีมิติแล้วจึงหยุดมือลง
หมุนตัวไปดูเมิ่งฉีฮ่วน ทำให้เมิ่งฉีฮ่วนหลุดหัวเราะออกมา “เจ้าดูเหมือนคนพึ่งถูกทำร้ายมาเลย!”
“ท่านจะไปรู้อะไร!” หลี่เยว่หานกรอกตาไปมา และหยิบตลับแป้งขึ้นมาเพื่อทาปกปิดไว้ และใช้แปรงเขียนคิ้วที่ทำขึ้นมาเอง ค่อย ๆ วาดเส้นขึ้นมาบนเบ้าตาและแต้มผงสีทองลงไป และติดดอกไม้ตรงหว่างคิ้วอย่างระมัดระวัง สวมผ้าคลุมหน้า ดูราวกับหญิงงามที่ปรากฏตัวตรงหน้าเมิ่งฉีฮ่วน
เมิ่งฉีฮ่วนมองหลี่เยว่หานที่ดูเปลี่ยนไปตรงหน้า อดไม่ได้ที่จะปรบมือและถอนหายใจหนัก ๆ
ถ้าหากเขาไม่ได้เห็นหลี่เยว่หานที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละขั้นตอน เกรงว่าตัวเขาเองก็คงไม่เชื่อว่าคน ๆ หนึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปได้มากเพียงนี้เพราะการแต่งหน้าเท่านั้น
เบ้าตาที่ดูลึก สันจมูกที่ดูตรง ริมฝีปากอมชมพู และดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความแปลกใหม่ แตกต่างจากหลี่เยว่หานคนก่อนที่มีใบหน้าดูบอบบางและดวงตาที่สดใสยิ่งนัก
ถึงแม้จะไม่มีผ้าคลุมหน้า เมิ่งฉีฮ่วนก็มั่นใจว่าเวินเทียนเหล่ยไม่มีทางจำหลี่เยว่หานได้แน่
“เก่งเสียจริง…” เมิ่งฉีฮ่วนอดถอนหายใจออกมาไม่ได้