หลี่เยว่หาน สีหน้าหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ “ข้าจะเอาผู้หญิงมากมายขนาดนั้นมาทำไม ข้าไม่ได้จะเปิดหอคณิกาเสียหน่อย”
“ความคิดนี้ดี ต่อไปถ้าท่านรับผู้หญิงอื่นเข้ามา ข้าก็จะสั่งสอนพวกนาง วันหน้าพวกเราเปิดหอคณิกาหาเงินด้วยกัน” หลี่เยว่หานพูดจาเหลวไหล
เมิ่งฉีฮ่วนเห็นนางพูดจาแบบนั้นก็ยิ้มออกมา ก้มหน้าลงจุมพิตใบหน้านุ่มนิ่มเกลี้ยงเกลาของนางเบา ๆ “กลับไปนอนเถอะ ข้าจะอยู่คนเดียวต่ออีกสักหน่อย”
หลี่เยว่หานยังอยากถามอะไรต่อ แต่เธอคุ้นเคยกับนิสัยของเขาเสียแล้ว หญิงสาวยังกลัวว่าคำตอบของเมิ่งฉีฮ่วนจะไม่ใช่คำตอบที่ตัวเองต้องการ จึงเก็บคำถามเหล่านั้นเอาไว้ในใจ
เมิ่งฉีฮ่วนดึงเสื้อคลุมตัวนอกที่จวนจะร่วงหลุดขึ้นมากระชับบนไหล่ของหลี่เยว่หาน แล้วบอกให้อีกฝ่ายกลับเข้าห้องไปก่อน
หลี่เยว่หานไม่ได้ปฏิเสธ กระชับเสื้อคลุมแล้วเดินกลับเรือนชั้นในไปแต่โดยดี
หารู้ไม่ว่า ถ้อยคำหยอกล้อของพวกเขาในวันนี้จะกลายเป็นเรื่องจริงในอีกไม่กี่ปีให้หลัง ยามนั้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาประหนึ่งน้ำกับไฟ ทว่าสนิทแนบแน่น ทั้งรักทั้งชัง แต่กลับมิอาจตัดขาดจากกัน…
วันรุ่งขึ้น หลี่เยว่หานตื่นแต่เช้าตรู่ หลังทำอาหารเช้าเสร็จแล้วค่อยไปปลุกเมิ่งฉีฮ่วนและสองพี่น้องให้ตื่นมากินข้าว จากนั้นก็ไปยกถั่วเหลืองจากในคลังเสบียงออกมา
ทุกวันหญิงสาวได้ทำเพียงเรื่องเหล่านี้ สุขสบายกว่าช่วงที่เจ้าของร่างเดิมยังมีชีวิตอยู่ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่
วันเวลาผ่านไปอย