้นมาจากในน้ำเจ้าหมดลมหายใจไปแล้ว หลังจากข้าพยายามหาวิธีช่วยชีวิตเจ้า คิดไม่ถึงว่ายาในร่างเจ้าจะออกฤทธิ์ ข้า…ข้าควบคุมตัวเองไม่อยู่ รู้สึกค้างคาใจเรื่องนี้มาตลอด ข้าอยากแสดงความรับผิดชอบต่อเจ้า”
“หลังจากนั้นข้าไปเจอเจ้าอีกครั้งบนเนินเขา ข้าประหลาดใจมาก เจ้าเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง แต่ตอนเผชิญหน้ากับหมาป่าตัวใหญ่ขนาดนั้นกลับไม่ได้กลัวจนทำอะไรไม่ถูก ข้ารู้สึกว่า…เจ้าพิเศษมาก” เมิ่งฉีฮ่วนก้มหน้าพูด ใบหน้าประดับรอยยิ้ม “ตอนจะกลับไปยังกล้าวิพากษ์วิจารณ์ทักษะการยิงธนูของข้าอีกต่างหาก”
หลี่เยว่หานได้ยินเมิ่งฉีฮ่วนพูดอย่างนั้นใบหน้าพลันร้อนวาบ “ท่านก็ทำเกินไปจริง ๆ นี่ ถึงขั้นล่อหมาป่าออกมาจากบนเขา ถ้าจัดการมันไม่ได้ เนินนั่นยังอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านเฮยถู่ จะมิกลายเป็นการชักนำภัยไปให้คนในหมู่บ้านหรอกหรือ”
“ข้ามีความมั่นใจเต็มสิบส่วนถึงได้ล่อมันไปทางนั้น” เมิ่งฉีฮ่วนว่าแล้วก็หันมาหาหลี่เยว่หาน “เพราะข้าเห็นเจ้าตั้งแต่ตอนที่เจ้าย่างปลาแล้ว”
“ท่าน…” หลี่เยว่หานหันมาหาเมิ่งฉีฮ่วน ขณะกำลังโมโหที่เขาแกล้งทำให้ตนเองตกใจ กลับถูกอีกฝ่ายยึดท้ายทอยเอาไว้กะทันหัน
จากนั้นริมฝีปากที่ชุ่มชื้นอุ่นร้อนก็ประกบลงมา กลิ่นอายของบุรุษห่อหุ้มหลี่เยว่หานเอาไว้ ความคิดของหญิงสาวพลันขาวโพลน
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ เมิ่งฉีฮ่วนถึงได้ยอมปล่อยหลี่เยว่หาน เห็นนางยังคงนิ่งอึ้ง เมิ่งฉีฮ่วนก็ยิ้มแล้วยื่นมือเข้ามาบีบจมูกนาง “เจ้